หมากรุกญี่ปุ่น
posted on 30 Apr 2007 01:22 by prince-ame in Ameโธ่เว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
นี่มันรอบที่สามแล้วนะ
อะไรกันนักกันหนาวะ
คราวแรกจะอัพ50 คำถาม
ไฟเสือกดับ
คราวนี้จะอัพหมากรุก
กดลบไม่ได้อีก เปลี่ยนหน้าอีก
เอาเข้าไปโว้ย!
จะให้กุระบายกับใคร?
ยิ่งปวดหัว ไม่สบายอยู่ด้วย จะรับอัพรีบไปนอน
โธ่เว้ย!
หมากรุกญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นหมากรุกที่แปลกประหลาดที่สุดในบรรดาหมากรุกหลายๆ ชาติ เรียกว่ามีกฏการเล่นที่แปลกแหวกสไตล์ของหมากรุกเดิมๆ ที่เคยมีอยู่เลยก็ว่าได้
หมากรุกญี่ปุ่นหรือ Shogi (โชก์งิ) นั้น เป็นหมากรุกที่มีดีไซน์ที่แปลกตาตั้งแต่ตัวหมากยันกระดาน ซ้ำยังมีวิธีการเล่นที่พิลึกน่าสนใจอีกด้วย เรียกว่าเวลาที่เราเล่นหมากรุกญี่ปุ่นนั้น เหมือนกับว่าเราได้กลายเป็นจอมทัพที่คุมกองทัพแฟนตาซีเลย
ตัวหมากของโชกินั้น อาจจะจำยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แต่ในสายตาของนักเล่นหมากรุกแล้ว ถือว่ามีดีไซน์แปลกตา เพราะไม่ได้ทำเป็นรูปเหมือนหมากรุกทั่วไป และไม่ได้เป็นหมากกลมๆ ที่มีตัวอักษรตัวเดียวเหมือนหมากรุกจีน แต่ตัวหมากของโชกินั้นเป็นตัวหมากยาวทรงห้าเหลี่ยม มีตัวอักษรสองตัว และหันหัวไปยังฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังไม่ทำสีให้ต่างกัน เนื่องจากว่าในโชกินั้น หมากของคู่ต่อสู่ที่เรากินได้ถือเป็นหมากของเรา เราสามารถนำหมากนั้นมาลงในกระดานเมื่อใหร่ก็ได้ (พูดง่ายๆ คือหมากแปรพักตร์นั่นเอง) และนั่นหมายความว่าเราอาจจะมีม้าหรือองครักษ์ถึง 4 ตัวบนกระดาน!!
![]()
นี่คือลักษณะกระดานและการตั้งหมากของโชกิ สำหรับหมากรุกทั่วไปนั้นนิยมเล่นกันบนกระดานตาราง 8 x 8 แต่โชกิเล่นบนตาราง 9 x 9 (ซะงั้นน่ะพี่น้อง)
ส่วนตัวหมากของโชกิ มีดังนี้
1. ขุน หรือ Kyokushou (玉将) อ่านว่าเคียวคุโช หรือรูปย่อคือเคียวคุ (หมากที่ตั้งอยู่ในตำแหน่ง 5) ในสมัยโบราณนั้นขุนของทั้งสองฝ่ายจะถูกทำให้แตกต่างกัน โดยของฝ่ายนึงนั้นจะเขียนว่า "หยก" (玉 ไม่ใช่หยกเลอร์นะครับ) และอีกฝ่ายจะเขียนว่า "ราชา" (王 ไม่เห็นมันจะต่างกันตรงใหน - -") แต่ในปัจจุบันจะเขียนเหมือนกันทั้งสองฝ่าย (หมายความว่าอาจจะเขียนว่าราชาทั้งสองฝ่าย หรือหยกทั้งสองฝ่าย ขึ้นอยู่กับบริษัทผลิต)
สำหรับการเดินและอำนาจหน้าที่นั้น ก็เหมือนกับขุนของสากลโลก นั่นคือเดินได้รอบทิศ และเกมส์จะจบเมื่อขุนถูกกินนั่นเอง
|
ด้านบนนั้นคือ รูป "เคียวคุ" หรือขุน และตาเดิน
2. ทอง หรือ Kinsho (金将) อ่านว่าคินโช หรือรูปย่อคือคิน (ในตำแหน่งหมายเลข 4 และ 6 บนกระดาน) ทอง หมายถึงทหารที่มีค่าดังทอง ถือเป็นหมากสำคัญในการเล่น เพราะสามารถเดินกลยุทธ์สำคัญๆ ได้หลายกล และยังสามารถปกป้องขุนได้แน่นเหนียวอีกด้วย
การเดินของตัวทองนั้น อาจจะแปลกใหม่สำหรับนักเล่นหมากรุกที่พึ่งสัมผัสหมากรุกญี่ปุ่น แต่เป็นการเดินที่ต้องจำให้แม่น เพราะหมากทุกๆ ตัว (ยกเว้นหมากเซทเทพ) เมื่อหงายแล้วจะต้องเดินเหมือนทอง แม้แต่เบี้ยก็เช่นกัน เรียกได้ว่าจำตัวเดียวใช้ได้ทั้งกระดาน
ทองนั้นเดินได้รอบทิศยกเว้นเฉียงหลัง ดังรูป
|
รูป และตาเดินของตัวทอง
3. เงิน หรือ Ginsho (銀将) อ่านว่างินโช หรือรูปย่อคืองิน (ในตำแหน่งหมายเลข 3 และ 7 บนกระดาน ไม่ใช่อิจิมารุ งิน นะครับ) เงิน หมายถึงทหารที่มีค่าดังเงิน ในเกมถือว่ามียศรองจากทอง เป็นหมากที่ใช้ป้องกันขุนเช่นเดียวกับตัวทอง และยังสามารถใช้กลยุทธ์เสริมร่วมกับตัวทองได้อีกด้วย
การเดินของตัวเงินนั้นคล้ายกับโคนในบ้านเรา นั่นคือ "หน้า 3 หลัง 2" ก็คือ เดินหน้าตรงได้ และเดินเฉียงได้สี่ทิศนั่นเอง นอกจากนี้ เมื่อเงินเดินไปยังตำแหน่งที่ตั้งเบี้ยของฝ่ายตรงข้าม (ตำแหน่ง c บนกระดานในรูป) เงินยังมีสิทธิ์ที่จะหงายกลายเป็นทองได้อีกด้วย (คำว่า มีสิทธิ์ คือ จะหงายหรือไม่หงายก็ได้ และเมื่อหงายแล้วก็จะกลายเป็นตัวทอง นั้นคือมีคำว่าทองเขียนอยู่ข้างล่างนั้นเอง - ทุกรุ่น ทุกบริษัท ต้องเขียนคำว่าทองใต้ตัวหมาก)
|
รูป และตาเดินของตัวเงิน
4. ม้า หรือ Keima (桂馬) อ่านว่าเคย์มะ หรือรูปย่อคือ "เคย์" (ในตำแหน่ง 2 และ 8 บนกระดานในรูป) คำว่า Keima แปลตรงตัวทื่อๆ ว่า ม้าอบเชย (- -")
ตาเดินของม้าในโชกินั้นแปลกประหลาดกว่าม้าทั่วโลก นั่นคือเคย์นั้นจะจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างเดียว ไม่สามรถถอยหลังได้ และเมื่อเดินไปจนสุดกระดานก็ถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นตัวทองโดยทันที
|
รูป และตาเดินของเคย์
บทบาทของเคย์นั้นจึงไม่ค่อยมีในโชกิเท่าใดนัก จะมีก็ต่อเมื่อเราสามารถกินเคย์ของคนอื่นได้และนำมาวางรุกขุนของฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง (พูดง่ายๆ คือ ม้ามีไว้ถูกกิน - -")
5. หอก หรือ Kyosha (香車) อ่านว่าเคียวฉะ หรือรูปย่อคือ "เคียว" (ในตำแหน่งที่ 1 และ 9 บนกระดานในรูป) Kyosha นั้นแปลตรงตัวว่า "รถที่มีกลิ่นหอมหวาน" (คาดว่าธรรมเนียมญี่ปุ่น ก่อนออกศึกคงมีการเอาดอกไม้กำยานมาประดับรถเพื่อเสริมมงคลและผ่อนคลายละมั้งนะฮะ) แต่คนไทยนิยมเรียกว่า "หอก" เพราะว่าการเดินของมันนั้น เดินทื่อๆ ตรงๆ เดินไปข้างหน้าได้อย่างเดียว และเช่นเดียวกับม้า นั้นคือสามารถหงายได้เมื่อถึงตาที่ตั้งเบี้ยของฝ่ายตรงข้าม หรือจะไม่หงายก็ได้แต่เมื่อเดินไปสุดแล้วจะบังคับหงาย
|
รูป และตาเดินของเคียว
เคียวเป็นหมากที่เดินง่ายที่สุดในโลก ส่วนบทบาทในเกมนั้นคือเป็นตัวยิงไกล เป็นพลเล็ง เมื่อเรากินเคียวของฝ่ายตรงข้ามมาได้ เท่ากับว่าเรามีอาวุธไกลประเภท 4-6 หรือปืนไรเฟิลที่เอาไว้ส่องขุนได้สบายๆ และในทางกลับกัน หากเราเสียเคียวไปแล้วเท่ากับว่าเราเสียอาวุธดี ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โดยปริยายนั่นเอง สรุปง่ายๆ คือ เราต้องกินเคียวของฝ่ายตรงข้ามโดยที่ไม่ให้ฝ่ายครงข้ามกินเคียวของเรา (สรุปง่าย แต่ทำได้ยากเฟ้ย)
6. เรือ หรือ Hisha (飛車) อ่านว่าฮิฉะ หรือรูปย่อคือ "ฮิ" (แต่ไม่มีใครเรียกฮิ มีแต่คนเรียกฮิฉะเต็มๆ ตั้งอยู่แถวสอง ซ้ายมือ) เป็นหนึ่งในสองหมากที่มีประสิทธิภาพการรุกสูงหรือที่เรียกว่า "หมากเทพ" ซึ่งหมากเทพแต่ละฝ่ายจะมีแค่ 2 ตัว และตั้งอยู่แถวสอง นั่นคือเรือหรือฮิชะนั้นจะมีได้แค่ฝ่ายละตัวตอนเริ่มเกมเท่านั้น (แต่หลังๆ เกม ถ้าเรากินเรือเค้ามาได จะเอามาลงเป็นเรื่อคู่ก็ไม่ว่ากัน) คำว่า "Hisha" แปลตรงตัวได้ว่า "รถบิน" แต่เรียกแล้วคงกระดากปาก น่าขำพิลึก เลยแปลแบบเข้าหูคนไทยว่า "เรือบิน"
ฮิฉะนั้นเดินเหมือนเรือ นั่นคือสามารถเดินได้ไกลทั้งนวกตั้งและแนวนอน และเมื่อเดินไปยังที่ตั้งของเบี้ยฝ่ายตรงข้าม ก็ยังสามารถหงายได้อีก แต่ไม่ได้หงายเป็นทอง (ให้ความสามารถมันต่ำลง) แต่หงายออกมาเป็น "ราชามังกร" หรือ RyuOh (竜王 อ่านว่าริวโอ เป็นไงล่ะครับ เริ่มรู้สึกได้ถึงความแฟนตาซีรึยัง? เริ่มนึกถึงไรจินโอหรือไดเรนเจอร์กันแล้วสินะ - -+)สำหรับตาเดินของราชามังกร หรือที่เรียกกันว่า "เรือโปร" (ย่อมาจากเรือที่ถูกโปรโมท หรือหงาย ไม่ใช่เรื่องของมือโปร) ก็คือเดินเหมือนเรือผสมขุน หมายความว่าสามารถเลือกเดินได้รอบตัว 1 ช่อง หรือเดินยาวตลอด 4 ทิศทางก็ได้นั่นเอง
|
|
บน รูป และตาเดินของฮิฉะ
ล่าง รูป และตาเดินของริวโอ
7. บิชอพ หรือ Kakukyo (角行) อ่านว่าคาคุเคียว หรือรูปย่อคือ "คาคุ" (อยู่แถวสองซ้ายมือ ตรงข้ามกับฮิฉะคือคาคุจะนิยมเรียกย่อๆ มากกว่าเรียกเต็ม บางคนถึงขั้นลืมไปว่าหมากตัวนี้มีชื่อเต็มๆ ว่าคาคุเคียว) คำว่า "Kakukyo" แปลตรงตัวว่า "เดินมุม" ซึ่งหมายความว่าเดินทะแยงมุม ก็คือเดินเฉียงได้ไกลนั่นเอง ในไทยนิยมเรียกว่าบิชอพ เพราะมีตาเดินเหมือนบิชอพ แต่บางคนก็เรียกว่า "จอมเวท" (ชักจะไปทางยูกิโอ - -")
คงไม่ต้องสาธยาย สำหรับการเดินของบิชอพ เพราะมันก็คือบิชอพ แต่บิชอพของโชกินั้นสามารถโปรโมทหรือหงายได้เมื่อเดินถึงที่ตั้งเบี้ยของฝ่ายตรงข้าม โดยการหงายนั้นจะกลายเป็น "ม้ามังกร" หรือ Ryuma (竜馬 หรือเรียกย่อๆ ว่า uma หรือ 馬 อ่านว่าอุมะ เอิ่ม...ชักไปกันใหญ่ มีม้ามังกร แล้วต้องมีสุดสาครด้วยมั้ย?)การเดินหลังหงายก็เป็นเช่นเดียวกับฮิฉะ นั่นคือเดินแบบเดิม + เดินแบบขุนได้นั่นเอง
|
|
บน รูป และตาเดินของคาคุ
ล่าง รูป และตาเดินของอุมะ
8. เบี้ย หรือ Fubyo (歩兵) อ่านว่าฟุเบียวหรือรูปย่อคือ "ฟุ" มีทั้งหมด 9 ตัวด้วยกัน ตั้งเรียงอยู่บนแถวสาม
เบี้ยในโชกินั้น เดินตรงกินตรงเช่นเดียวกับหมากรุกจีน และเช่นเดียวกัน เมื่อเดินไปถึงเขตที่ตั้งของฝ่ายตรงข้าม ก็มีสิทธิ์หงายกลายเป็นทอง แต่ทองที่หงายจากเบี้ยนั้นเรียกกันว่า "Tokin" (と金 อ่านว่าโทคิน) หรือรูปย่อคือ "โทะ" (เมื่อหงายเบี้ยออกมาจะกลายเป็นหมากที่มีตัวอักษร と เขียนอยู่) ส่วนโทะคินนั้นก็เดินเหมือนทองนั่นเอง
กฏเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเบี้ยมีอยู่ว่า ห้ามตั้งเบี้ยสองตัวในแถวเดียวกัน (ในกรณีที่กินเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามได้ และต้องการจะนำเบี้ยที่กินมาได้นั้นลงมาในกระดาน จะไม่สามารถตั้งในแถวที่มีเบี้ยอยู่แล้วได้ เรียกง่ายๆ ว่า "ห้ามซ้อนเบี้ย") และห้ามนำเบี้ยลงมารุกขุน
|
รูป และตาเดินของฟุเบียว
หมากรุกญี่ปุ่นในทัศนคติส่วนตัวผมเป็นหมากรุกที่เล่นแล้วเท่มาก ยิ่งออกชื่อเป็ฯภาษาญี่ปุ่นนั้น ราวกับว่าเรากำลังบัญชากองทัพซามุไรอยู่เลยล่ะ สิ่งที่สะท้อนจากกระดานโชกิที่ผมได้เห็นคือ ในกองทัพของโชกินั้นนอกจากจะมีกองทัพมนุษย์แล้วยังมีการยืมกำลังของเทพมาร่วมรบด้วย นัยว่าจะสื่อถึงราชอำนาจของจักรพรรดิในสมัยนั้น และรวมกับความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่าตนนั้นคือลูกหลานของสุริยเทพนั่นเอง
หมายเหตุ เมื่อคืนพิมพ์ไม่หมด เลยมาพิมพ์ต่อเอาช่วงกลางวัน แอบอู้งานมาพิมพ์ ฮ่าๆๆๆ
ตอนต่อไป หลังจากข้ามโพ้นน้ำโพ้นทะเลมามากแล้ว เรามาลองมองหมากรุกที่นิยมกันโดยรอบๆ ดูบ้าง...ตอนหน้าแด่แฟนนเรศวรและผู้ชนะสิบทิศครับ ^^
#1 By on 2007-04-30 15:35