ไซอิ๋ว : ปริศนาธรรมที่ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันหมดแล้วแต่เอามาไขอีกที
posted on 08 Dec 2007 16:44 by prince-ame in Thinkingอื้อ...
ไอ้ที่ผมจะพิมพ์ต่อไปนี้น่ะ หลายๆ คนอ่านแล้วอาจจะบอกว่า
"ชาวบ้านชาวช่องเค้ารู้กันหมดแล้วเว้ยยย"
ครับ มันเป็นความรู้ที่ไม่ใหม่เท่าไร จะเอามาทั้งดุ้นๆ ก็เกรงว่าจะแป้กไป
เผลอๆ สื่อสารไม่ดี ทำของเดิมเค้าเสียอีกต่างหาก
เลยจัดแจง จัดการ ตีความใหม่ให้มันป๊อปขึ้น ตามสำนวนการพิมพ์ของผมมันซะเลย
ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆ หลายคนกำลังฮิตไซอิ๋ว (เวอร์ชั่นจางเหว่ยเจี้ยน)
จริงๆ เรื่องนี้ผมก็ชอบ เพราะดูมาตั้งแต่เด็กๆ
ก็เลยไปเสิร์ชหาดูว่า มีไซอิ๋วที่เล่นโดยใครบ้าง
เพราะเค้าว่ากันว่า จางเหว่ยเจี้ยน เป็นหงอคงที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างภาพยนต์ชุดเรื่องไซอิ๋วนี้ขึ้นมา
ปรากฏว่า หลังจากที่เสิร์ชๆ ไป ก็ได้เจอปริศนาธรรมมากมายผุดขึ้นมาเต็มกูเกิ้ลเลยล่ะพี่น้องงง
ไม่ว่าจะเป็นรหัสหน้าถ้าของถ้ำเซียนน้ำตก ที่ว่าไว้ว่า
2920 2029
9900 0191
2029 2920
0099 9101
ใครถอดปริศนานี้ได้...ไม่มีรางวัลครับ เพราะเสิร์ชหาเอาก็เจอ
นอกจากนี้ ยังเจอความหมายต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องไซอิ๋ว
เช่น ชื่อของตัวละครหลักๆ อย่าง หงอคง โป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และพระถังซำจั๋ง
ชื่อของซุนหงอคง หมายถึง "บรรลุในความว่างเปล่า"
หมายถึง การที่เรารู้ว่า ท้ายสุดแล้วไม่มีอะไร
หรือทางพุทธเรียกว่า อนัตตตา 1 ในหลักธรรมไตรลักษณ์
เอางี้ดีกว่า
ขืนผมมานั่งแจกแจงว่าตรงนี้ตรงกับหลักธรรมอะไร เดี๋ยวคนอ่านจะงงตายเอา
เพราะผมลองอ่านๆ แล้วลองคิดดูเล่นๆ พบว่า อะไรๆ ก็ตามที่มันซ่อนอยู่ในไซอิ๋วเนี่ย
มันไม่ใช่ปริศนาธรรมของศาสนาพุทธธรรมดา
แต่เป็นหลักที่ถ้าตีความออกมาง่ายๆ ก็ใช้ในชีวิตจริงได้
อย่างหงอคงเนี่ย โดยทั่วไปหมายถึง "ปัญญา"
เพราะอะไร
เพราะปัญญาเกิดจากความว่างเปล่า เกิดจากศูนย์ ค่อยๆ พัฒนามานับ 1 2 3
และสุดท้าย ก็กลับไปเป็น 0 ดังเดิม ดังคำที่ว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ"
คำคำนี้ เป็นคำที่ใช้ชี้บ่งลักษณะทางความคิด เวลาที่เราเจองานศิลป์อะไรไดๆ ที่รู้สึกว่ามันราบเรียบ แต่โคตรเจ๋ง
นั่นแหละ "หงอคง" (บรรลุในความว่างเปล่า)
หงอคงเกิดจากหินที่มีอายุหนึ่งพันปี อาบแสงสุริยันจันทรา และเมื่อยามที่สุริยันจันทราสาดแสงพร้อมกันเป็นรอบที่หนึ่งพัน หินก้อนนี้ก็แตกออกกลายเป็นลิง...
ตรงนี้สื่อว่า...การที่มนุษย์เราๆ เนี่ย จะมีอารยธรรมก็ต้องผ่านการเวลามานับพันๆ ปี (หรือจริงๆ ก็คือล้านๆ ปี) มีการพัฒนาความคิด ปรับปรุงการเอาตัวรอด และเมื่อสุริยันจันทราสาดแสงพร้อมกัน นั้นหมายความว่า เมื่อได้ก็ตามที่เราควบคุมธรรมชาติได้ ปัญญาก็จะบังเกิด
คำว่า "ควบคุมธรรมชาติ" ไม่ได้หมายความว่าจะสั่งฟ้าสั่งฝนอะไรได้ แต่หมายความว่า ยามปกติกลางวันเราก็ตื่นมาล่าสัตว์ ขุดเผือกขุดมันเก็บลูกไม้กิน พอตกเย็นก็เอากลับบ้านฝากลูกเมีย กลางคืนก็เข้านอน แต่เมื่อได้ที่เราไม่ต้องปฏิบัติกิจวัตรตามนั้น เช่น เมื่อมีไฟ เมื่อมนุษย์จุดไฟได้ หรือเมื่อเอดิสันประดิษฐ์หลอดใส้ หรือแม้กระทั่งวิวัฒนาการมาเป็นหลอดนีออน หลอดฟลูออเรสเซนส์ สิ่งเหล่านี้แสดงถึง "ปัญญา" หรือลิงที่บังเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์นั่นเอง
ตอนที่ลิงเกิดมา มันก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นอะไร มีศักยภาพแค่ใหน จนต้องลองใช้ชีวิตดูจริงๆ น่ะแหละ
แต่ในซีรีส์ของจางเหว่ยเจี้ยน ลิงที่เกิดมาเป็นลิงยักษ์ ออกอาละวาดยังกะโงกุนตอนเห็นประจันทร์เต็มดวง ตรงนี้หมายความว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น ตอนที่เราคิดอะไรขึ้นมาได้ บางครั้งก็ควบคุมไม่ได้ เป็นความคิดที่เตลิดฟุ้งซ่านไปไกล ต้องให้นายพลเทียนผงมาปราบ หมายถึงอาจต้องได้รับคำชี้แจงที่ดี
คำว่า "คำชี้แจงที่ดี" ไม่ได้หมายถึงเทียนผงคนเดียว แต่หมายถึง"เจ้าแม่กวนอิม" ด้วย ตรงนี้จะหมายความว่า จะชี้แนะใครซักคนนึงเนี่ย ต้องใช้ทั้งไม้แข็ง (เทียนผง) และไม้อ่อน (เจ้าแม่กวนอิม) เทียนผงตัดหางหงอคงฉับเดียวอยู่ หงอคงก็หงอสมชื่อไปเลย แต่ในขณะที่เทียนผงกำลังจะลงมือฆ่าหงอคง เจ้าแม่กวนอิมก็มาโปรดห้ามไว้พอดี หมายความว่า บางครั้งความรุนแรงก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้เสมอไป (ตรงนี้เบสิกอยู่แล้วนี่? หลายๆ คนน่าจะตีความออก)
เมื่อความคิดสงบลง กลายเป็นความไม่รู้ (แล้วความคิดจะกลายเป็นความไม่รู้ได้ยังไงวะ?)
ก็หมายความว่า เวลาที่เราคิดอะไรซักอย่างเนี่ย บางทีๆ คิดไปมันก็เกิดความสงสัยใช่มะ ว่า "เอ๊ะ แล้วตรงนี้มันมายังไงวะ?" พอเกิดความสงสัย สิ่งที่ตามมาก็คือ "ความใคร่รู้" คือความอยากรู้ อยากตอบคำถามในหัวใจ (ใคร่รู้ คนละอย่างกับ "สอดรู้" และ "รู้ใคร่" นะพี่น้อง เด็กสมัยนี้ชอบอ้างความอยาก "รู้ใคร่" เป็นความ "ใคร่รู้" ถึงเวลาก็รู้เองแหละบักหำเอ๊ย)
พออยากรู้ ก็ต้องค้นคว้า ลงมือ
หงอคงมาอยู่กับฝูงลิง น่าจะหมายถึง ลิงแต่ละตัวเป็นคล้ายๆ เซลล์หรืออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยมี "หงอคง" หรือสมองเป็นหัวหน้า คอยสั่งการอวัยวะต่างๆ
สมองก็คิดไป สั่งมือเท้าให้ขยับไป ถึงแม้สมองจะคิดไปไกลใหนถึงใหน ก็ไม่เคยทิ้งร่างกาย (ยกเว้นว่าจะโดนมอไซค์เสย สมองไหลออกจากกบาล) เช่นเดียวกับหงอคง ที่ต่อให้เดินทางไปไกลแค่ใหน ก็ไม่เคยทอดทิ้งเหล่าฝูงลิง กลับมาหาทุกครั้ง)
คราวหน้าจะมาต่อเรื่องหงอคง และพระถังซำจั๋ง ตอนนี้ไปกินข้าวก่อน
รู้สึกจะถ่ายรูปนั้นเอง หุหุ
#1 By Na~mo on 2007-12-08 18:19