มาหาความจริงด้วยกันใน "แว่วเสียงเรไร"
posted on 16 Sep 2008 23:18 by prince-ame in Thinkingช่วงนี้พีคแว่วเสียงเรไรขนาดหนัก...
หลังจากที่ได้พีคมาก่อนหน้านั้น (ช่วงมีนา-เมษา จำได้ว่าตอนนั้นพีคหนักจนบ้าอาอูไปเลย)
กลับมาวันนี้ หลังจา่กที่เบิกเนตร & ไถ่บาปเล่ม 4 ออก...
สะเทือนใจมากกับบทเบิกเนตร จนต้องกลับมาหาความจริงอีกครั้งหนึ่ง...
พบว่า "ความจริง" หรืออะไรก็ตามที่ซ่อนอยู่ใน "แว่วเสียงเรไร" หรือ ひぐらしのなく頃に นั้น...
เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เยอะไม่เยอะเปล่า บางอย่างยังมีการพรางไว้...
จนไม่อาจรู้ได้ว่า "ความจริง" ข้อใหน คือความจริง "จริงๆ"
(ขนาดขึ้นชื่อว่า "ความจริง" ยังกลายเป็นความไม่จริงไปซะได้)
มืดมัวไปหมด...
เหมือนกับเราต้องไต่บันไดไปทีละขั้น ไม่สามารถอ่านเค้าโครงของทั้งหมดได้...
เรื่อง "แว่วเสียงเรไร" เป็นเรื่องเดียวในตลอดชีวิตผม ที่มองไม่เห็น "Outline" ของมันเลย
(เอาท์ไลน์ คือโครงคร่าวๆ ซึ่งมีหน้าที่บอกว่าโดยรวมของเรื่องนี้เป็นยังไง มาจากใหนและไปทางใหน และด้วยเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ จะพาตัวละคนทั้งเรื่องสู่จุดลงเอยอย่างไร...พูดง่ายๆ คือ บ่อยครั้งที่ผมเดาตอนจบของเรื่องได้ก็เพราะจับเอาท์ไลน์ได้นี่แหละฮะ)
แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ...มันกลับดึงดูดผมเข้าหามันทุกๆ ฝีก้าว เพื่อที่จะได้รู้ว่าอันที่จริงแล้ว เบื้องหลังของโศกนาฏกรรมนั้นมีที่มายังไงกันแน่??
"อะไร?" คือสิ่งสำคัญที่สุด เป็นปัจจัยที่ทำให้ "ฮินามิซาว่า" ลงเอยแบบนี้...
ผมจะไม่พูดมากกว่านี้ละ เพื่อเป็นการเตือนสปอยล์...
ผมจะระบุเป็นข้อๆ และทำการเซนเซอร์
ถ้าใครไม่กลัวตาย ก็คลุมเลย ถ้าแน่จริง...
ถ้าท่านแน่ใจว่าหลังอ่านข้อความเหล่านี้แล้วจะไม่เซ็งเป็ด(แดง)
1. "ความจริง" จากบทสรุปของ "แว่วเสียงเรไร"
*เตือนสปอยล์* กันอีกครั้ง
ขอเตือนว่า ท่านไม่ควรคลุมข้อความเหล่านี้ หากยังไม่แน่ใจว่ารู้ความจริิงมากพอ
(อย่างน้อยๆ ถ้าไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ห้ามคลุมเด็ดขาด)
ถ้าไม่อยาก
" เซ็งเป็ด (แดง) "
เริ่มต้นที่...ยังมีบางจุดที่น่าสังเกต คือ...
1. ไม่มีคำตอบ สำหรับความตายของพ่อแม่ริกะ...ไม่รู้ว่าการเสียชีวิตของพ่อริกะืที่รูกระบุว่า "ไม่รู้สาเหตุ" น่ะเกิดจากอะไร... และแม่ของริกะหายไปใหน... (ได้ยินว่ามีบางบทเฉลยว่าโดดน้ำตาย หมายถึงโดดลงไปในบึงปีศาจรึเปล่า? ตรงนี้จะบอกว่าในบึงปีศาจนี่อะไรที่จมลงไปก็จะไม่ขึ้นอืดลอยขึ้นมาใช่มั้ย?)
สิ่งที่อยากรู้ที่สุด คือ ความตายของพ่อแม่ริกะ เกี่ยวพันกับทาคาโน่รึเปล่า หรือเป็นการตายโดยธรรมชาติ โดยที่ทาคาโน่ไม่รู้เห็นด้วย เหมือนที่โซโนะซากิไม่รู้เห็นกับคำสาปของท่านอาอู อาจเป็นแค่ความบังเอิญที่พ่อริกะดันมาร่วมแจมกับคำสาปนี่พอดี? หรือ! อาจจะเป็นฝีมือของแม่ริกะ? ประมาณว่าแท้ที่จริงแล้วแม่ริกะนี่แหละที่ขัดแย้งกับพ่อริกะจึงค่อยๆ วางยาเชือดทีละน้อยจนตาย (แบบคำสาปดอกทอง) และฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดหลังจากที่พ่อริกะเสียชีวิตแล้ว (สูตรนี้เป็นสูตรเดียวกับซาโตโกะ ที่เล่นคนใกล้ตัว หรือว่าแม่ริกะก็เกิดระแวงพ่อริกะขึ้นมา?? เพราะเชื้อโรคฮินามิซาว่า??)
ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ยังต้องหาความจริงกันต่อไป ใครรู้แล้วช่วยบอกด้วย PM มาหาก็ได้ครับ (_ _)
2. ไม่มีคำตอบ สำหรับ "โรคฮินามิซาว่า"
ได้ยินมาแต่ละที่ไม่เคยจะเหมือนกัน - -" เค้าว่าโรคฮินามิซาว่าคือโรคที่ลอยฟ่องอยู่ตามอากาศบริเวณหมู่บ้านฮินามิซาว่า...มีฤทธิ์ทำให้ผู้คนประสาทหลอนเมื่อจิตอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง และออกฤทธิ์ทันทีเมื่อเชื้อที่เป็นตัวแม่หรือนางพญาตายลง (ในที่นี้หมายถึงริกะ) ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทาคาโน่ใช้มันจบความแค้นที่ตัวเองมี เพียงแต่ว่า...
"ไอ้โรคฮินามิซาว่าหน้าตามันเป็นยังไง??"
อย่าหาว่าผมเอาจริงเอาจังกับการ์ตูนเลยนะครับ แต่ของแบบนี้ น่าจะมีเหตุผลรองรับนิดส์นึง คือสิ่งที่ผมเข้าใจ...ถ้ามีฤทธิ์กดประสาทและลอยไปมาอยู่ตามอากาศ สิ่งที่ผมนึกถึงอันดับแรกคือ "พืชเสพย์ติด" เหมือนแบบว่าเกษรดอกกัญชาลอยอยู่ตามอากาศ หรือจะเป็นดอกไม้ที่สร้างขึ้นมาก็ได้ อย่างดอกหยางกุ้ยเฟยในตุลาการทมิฬ ที่ออกแบบมาจากดอกฝิ่น แต่เพิ่มฤทธิ์ที่เป็นพิษในเกษรเข้าไป กลายเป็นดอกไม้ที่ถ้าได้กลิ่นอ่อนๆ แล้วจะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าดมไปนานๆ แล้วจะโดนพิษตาย อะไรทำนองนี้...ซึ่งตอนแรกผมก็เข้าใจว่า "โรคฮินามิซาว่า" น่าจะเกิดจากพืช
แต่ทว่า...เมื่อมันมีคุณสมบัติอีกอย่างคือ "ออกฤทธิ์ขั้น expert ทันทีเมื่อถูกเปิดสวิตช์" สวิตช์ที่ว่านี่หมายถึงการเกิดปฏิกิริยาอะไรซักอย่างกับเชื้อตัวแม่หรือ "นางพญา" ในที่นี้หมายถึง "ถ้าริกะตายไป"
...แต่ผมคิดว่า ไอ้ระบบนางพญานี่ มันเป็นระบบของ "สัตว์" มากกว่า (ไม่ได้ด่านะ แต่หมายถึงหมายถึงสิ่งมีชีวิตพวกที่นิวเคลียสมีผนังห่อหุ้ม ประกอบด้วย หลายเซลล์มีการแบ่งหน้าที่ของแต่ละเซลล์เพื่อทำหน้าที่เฉพาะอย่างแบบถาวร ไม่มีคลอโรฟิลล์ สร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตได้หลายลักษณะทั้งบนบกในน้ำ และบางชนิดเป็น "ปรสิต") และโดยมากสัตว์ที่อาศัยกันเป็นทีมโดยมีนางพญามักจะเป็น "แมลง"...
นั่นหมายความว่ามีแมลงอยู่ในตัวชาวบ้านในฮินามิซาว่างั้นเหรอ? แมลงตัวใหญ่ๆ จะไปอาศัยอยู่ในมนุษย์ได้ยังไง? สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้น่าจะเป็นประเภทที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอย่าง "จุลชีวัน" หรือจุลินทรีย์มากกว่า (จุลินทรีย์แบ่งเป็น 4 ชนิตได้แก่ ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และ "ปรสิต")
เป็นไปได้ที่จะมีจุลินทรีย์ลอยอยู่ในอากาศ...อาศัยอยู่ตามผักหญ้า หรือแหล่งน้ำในฮินามิซาว่า แต่ที่รู้แน่ๆ คือจุลินทรีย์ไม่มีระบบ "สวิตช์" หรือแม้แต่ระบบ "นางพญา" คือจุลินทรีย์ไม่มีแบ่งวรรณะอ่ะครับ และไม่มีแบบว่าความรู้สึกที่ลิงค์กันด้วย โรคที่เกิดจากจุลินทรีย์ส่วนใหญ่มักเป็นโรคติดต่อที่มีอาการคล้ายๆ กัน แสดงอาการเดิมๆ เพียงแต่ระยะเวลาที่เริ่ม ที่เป็น หรือที่หายจะต่างกัน ไม่มีแบบว่าเมื่อสวิตช์ออนปุ๊บ! แล้วทำงานพร้อมกัน
เว้นแต่ปรสิต "ลาโจว่า" ในมีดที่ 13 ที่มีความรู้สึกลิงค์กัน เมื่อตัวใหนเจ็บ ทุกตัวก็จะเจ็บร่วมกัน ทำให้โฮสท์ (สิ่งมีชีวิตที่เป็นที่อยู่อาศัยของปรสิต) เจ็บไปด้วย...แต่นั้นก็มีนางพญานะ เพียงแต่มันใหญ่มากกกก ที่จะไปอยู่ในร่างคน (ต้องได้รับการดัดแปลงร่างอย่างพอยซั่น)
แต่ลองหาข้อมูลใน google และ wikipedia แล้ว ไม่พบระบบนางพญาในจลินทรีย์เลยให้ตาย...สรุปว่าตุลินทรีย์นี่มันมีนางพญาและความรู้สึกลิงค์กันรึเปล่า??
ข้อสรุปนั้นพักไว้ก่อน เราจะเริ่มจากสมมติฐานว่า..."มีจุลินทรีย์ประเภทหนึ่งในร่างกายของชาวบ้านในฮินามิซาว่า" อาจจะรับจุลินทรีย์นี้ทา่งการหายใจ (มีอยู่ตามอากาศ) หรือจากทางการรับประทาน (มีอยู่ในอาหาร พืชผัก ผลไม้ และ/หรือแหล่งน้ำ) จุลินทรีย์เหล่านั้น อาจจะคัดหลั่งสารอะไรบางอย่างเมื่อต่อมอะไรซักอย่างของมนุษย์ผลิตสารอะไรออกมา เช่น ถ้าซาโตโกะเกิดความหวาดระแวง...ร่างกายจะผลิตสาร A ออกมา ทำให้จุลินทรีย์ในตัวซาโตโกะผลิตสาร B เพราะได้แรงกระตุ้นมาจากสาร A ทีนี้สาร B ก็เลยไปมีฤทธิ์กดประสาทซาโตโกะ ทำให้ก่อคดีผลักพ่อแม่ตกหน้าผาไป อะไรทำนองนี้รึเปล่า?
ทีนี้ ถ้าข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นจริงแล้ว...ระบบนางพญาอาจจะไม่จำเป็นเลยก็ได้...ถ้าชาวบ้านมีความศรัทธาต่อริกะ เมื่อเห็นริกะถูกฆ่าอาจจะเกิดความกลัว หรือความหวาดระแวง จนหลั่งสาร X เพื่อไปกระตุ้นจุลินทรีย์ในร่างกายให้มันหลั่งสาร Y เมื่อสาร Y ไปกดหรือกระตุ้นประสาทมนุษย์ก็อาจจะหลังสาร Z ออกมาทำให้เกิดอาการบ้ากันทั้งหมู่บ้าน...(นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า "ทำไมชาวบ้านไม่บ้าหลังจากที่ริกะทิ่มคอตัวเองตายในห้องเก็บโชยุของบ้านโซโนะซากิ" )
ส่วนหลายๆ คนที่ไม่ได้รับผล เช่นพ่อเคย์อิจิ ที่มาฮินามิซาว่าเพียงแป๊บเดียว หรืออาคาซากะ ที่มาแป๊บเดียวกลับ อาจเป็นเพราะว่า 1. เชื่อโรคมีปริมาณน้อย ทำให้สารคัดหลั่งออกฤทธิ์ไม่รุนแรง และอาจจะสลายไปเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมต่อเชื้อโรคตัวนี้ หรืออาจจะถูกกำจัดไปด้วยยาปฏิชีวนะตัวอื่น...(ผิดถูกไม่ยืนยันเพราะมั่วเอา)
แต่หลายทฤษฎี (รวมถึงตัวผู้เขียนเองคือคุณริวคิชิ 07) ยังยืนยันทฤษฎีของนางพญานี้อยู่ ถ้าคนเขียนออกมาประกาศโต้งๆ เลยว่า "เป็นสิ่งมีชีวิต หรือเกษรพีช ที่มีนางพญาครับ" ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ทั้งหมด ก็จะตกไป...
อ้อ และคำตอบที่แท้จริงก็อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักการเสมอไปนะครับ ไม่ใช่ว่าผมพิมพ์มาซะขนาดนี้แล้วเชื่อเป็นจริงเป็นจัง ปรากฏว่าที่จริงแล้วเป็นระบบนางพญาที่ผมว่าไม่มีจริง ก็จะรู้สึกขัดแย้ง...จริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่าระบบนางพญาในจลินทรีย์ไม่มีจริงก็จริงอยู่ แต่ถ้าจริงๆ แล้วมันมีจริงขึ้นมาแต่ผมไม่รู้ หรือไม่มีจริงแต่คนเขียนจะให้มี ทำไมอ่ะ ก็ถือเป็นเหตุผลยืนยันคำตอบนั้นได้เช่นกันครับ ^^
...
..
.
*จบส่วนสปอยล์*
ต่อไปเป็นส่วนรายละเอียดปลีกย่อย...ที่ผมสังเกตได้คือ
2. "ความจริง" จากชื่อต่างๆ ของ "แว่วเสียงเรไร"
เริ่มที่ชื่อผู้แต่งเลยคือ "
- คุณริวคิชิ 07 : 竜騎士07
คำว่าริวคิชินั้นหมายถึง "อัศวินมังกร" (ริว=มังกร คิชิ=อัศวิน) หลายๆ ท่านคงรู้อยู่แล้วว่าชื่อของคุณริวคิชิ 07 นั้นได้เอามาจากเลนน่า (Lenna) นางเอกของเกมไฟนอล 5 (Final Fantasy V) ซึ่งเธอคนนี้มีอาชีพเป็นอัศวินมังกร (ถ้าข้อมูลผมไม่ผิดนะเพราะผมไม่เคยเล่นไฟนอล 5 ใครรู้ช่วยบอกที) และเห็นชัดๆ เลยว่า...ชื่อของเลนน่านั้นได้กลายมาเป็นชื่อนางเอกของ "แว่วเสียงเรไร" ริวงู เรนะ นั่นเอง...
(คำว่า "เรนะ" เมื่อออกเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นจะมีความหมายเป็นตัวเลขว่า 07 โดยคำว่าเร (レ) แปลว่า "ศูนย์" และคำว่า "นะ" (ナ) แปลว่า 7 น่ะเอง)
- มาเอบาร่า เคอิจิ : 前原桂一
ผมไม่รู้นะว่าเคย์อิจิมีความหมายอะไรแฝงมาในชื่อรึเปล่า แต่มีคำว่า "อิจิ" ที่แปลว่า "หนึ่ง" มาด้วย คงชี้ให้เห็นว่าคนนี้คงมีความสำคัญมาก เป็นอะไรซักอย่างที่มีอยู่เพียง "หนึ่งเดียว" (พยายามคิดคำพ้องเสียงของคำว่า "เคย์" แต่ก็นึกไม่ออก ดังนั้นใครนึกได้ก็ช่วยบอกกันหน่อยนะครับ
แต่ถ้าแปลทื่อๆ แล้ว มาเอะบาระแปลว่า "แรกเริ่มเดิมที" ส่วนเคย์อิจิแปลว่า "อบเชยหนึ่งต้น" ครับ
(ข้อสังเกตคือ เจ้า K1 นี่นามสกุลเดียวกะหนูชิโนบุ แต่ทำไมอ่านคนละอย่างหว่า...ของชิโนบุอ่านว่า "มาเอฮาระ ชิโนบุ" ซึ่งถึงแม้ว่าตัวฮา (ハ) กับตัวบา (バ) จะเป็นตัวเดียวกันก็ตามเถอะ...เลือกเอาซักอย่างสิเฟร้ยยยย)
- ริวงู เรนะ : 竜宮レナ
ตามที่ได้บอกไปแล้วตอนต้น ว่ามาจาก Lenna ส่วนนามสกุลริวงู แปลว่า "วังมังกร" ซึ่งในเกมไฟนอล 5 เลนน่าก็เป็นองค์หญิงอยู่ในวัง และมีปัญหากับคุณพ่อเหมือนกัน
ทั้งนี้ เรนะมีชื่อจริงว่า เรย์นะ (礼奈) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าความหมายจริงๆ มันคืออะไร เพราะแต่ละคำแปลได้หลา่ยความหมายมาก โดยคำว่าเรย์ (礼) น่าจะแปลว่า "สำนึกบุญคุณ" ส่วนนะ (奈) น่าจะแปลว่า "ใครที่มาช่วย" แล้วมันแปลรวมกันว่าอะไรอ่ะ? 0.0a แต่คำว่าเรย์ ยังพ้องเสียงกับคำว่าเรย์ (零) ที่แปลว่าศูนย์อีกด้วย
- โซโนะซากิ มิอง และโซโนะซากิ ชิอง : 園崎魅音 と 園崎詩音
แฝดนรกแห่งตระกูลโซโนะซากิ...โดยที่เดิมทีนั้นคำว่าโซโนะซากิหมายถึง "ฉีกร่างกายเป็นชิ้นๆ" (คำว่าโซโนะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีขีดขยุกขยุยเยอะๆ เหมือนร่างกายมนุษย์ที่มีเครื่องใน ส่วนคำว่าซากิ (崎) ที่แปลว่าหุบเขาเล็กๆ พ้องเสียงกับคำว่าซากิ (裂き) ที่แปลว่า ฉีกออก แยกออก) คนตระกูลนี้เลยมีหน้าที่ฉีกร่างกายเป็นชิ้นๆ (มาจากสมุดแปะข่าวมั่วซั่วของทาคาโน่ ที่จริงไม่ใช่เลยซักกะนิด จริงๆ แล้วคำว่าโซโนะ (園) แปลว่าสวนต่างหาก)
คำว่ามิอง (魅音) นั้นแปลว่า "เสียงที่มีเสน่ห์ดุจภูตพราย" ส่วนชิอง (詩音) แปลว่า "เสียงของบทกวี" ซึ่งจริงๆ แล้วได้ซ่อนความหมายไว้ว่า...มิของมิองคือ "ผู้ที่จะเป็นปีศาจ" แยกมาจากคำว่าโอนิ (鬼) แปลว่าปีศาจ กับคำว่ามิ (未) ที่แปลว่ายังไม่ ก็คือยังไม่เป็นปีศาจน่ะเอง แต่จริงๆ แล้ว คำว่ามิ (未) ไม่มีความหมาย เพียงแต่ชี้ว่าคำว่ามิ (魅) ออกเสียงเหมือนคำว่ามิ (未) แต่ความหมายเกี่ยวพันกับโอนิ (鬼) ซึ่งภูตก็คือปีศาจจำพวกหนึ่งนั่นเอง
ส่วนชิ (詩) ของชิองคือ "ให้ไปอยุ่วัด" แยกมาจากคำว่าอิอุ (言う) แปลว่าพูด และคำว่าชิ (寺) ที่แปลว่าวัด คำว่าพูด (言う) ในที่นี้หมายถึง "สั่ง" หรือ "ตัดสิน" ให้ชิองไปอยู่วัด หรืออะไรก็ตามที่ขังไว้ไม่ให้ชิองออกมาเพ่นพ่านได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากการฝ่าฝืนธรรมเนียมของโซโนซากิที่ว่า "หากเป็นเด็กแฝดออกมาให้ฆ่าทิ้งเสีย" และอีกอย่างคือหลายเรื่องในญี่ปุ่น การให้ไปอยู่ในวัด คือการทำให้ไม่มีตัวตน และบทบาทหน้าที่ ตัวอย่างเช่นอิคคิวซังที่ถูกจับบวชเป็นเณรแทนที่จะถูกฆ่าตอนที่โชกุนยึดอำนาจ ทำให้อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นการโชว์ความปรานี แต่เมื่ออิกคิวเป็นพระแล้วก็ไม่สามารถมามีบทบาททางโลกได้ เสมือนหายไปจากการเมือง หรือทำให้ตายไปจากการเมืองน่ะเอง ชิองก็เช่นกัน โดยเดิมทีนั้นความตั้งใจของโอเรียวคือให้ชิองไปเป็นแม่ชีหรือซิสเตอร์ จะได้ตัดขาดจากทางโลกไม่มายุ่งเกี่ยวกับโซโนซากิ คือทำให้หายไปจากโซโนซากิน่ะเอง...(แต่ชิองยืนยันว่าไม่ต้องการให้ถูกขังในวัดไปจนตาย) แต่จริงๆของจริงๆ แล้ว คำว่าชิ (寺) ที่แปลว่าวัดนั้นเพียงแค่ชี้ว่าชิ (詩) อ่านเหมือนชิ (寺) เท่านั้น
เกร็ดเล็กน้อย : คำที่พ้องเสียงกับมิองมีคำนึงแปลว่า 30 (สามศูนย์) ส่วนชิองแปลว่า 40 (สี่ศูนย์) เพราะมิแปลว่า 3 ส่วนชิแปลว่า 4 ดังนั้น ชิ (4) จึงเป็นน้องมิ (3)
- โฮโจ ซาโตโกะ : 北条沙都子
คนนี้ชื่อแปลกมาก นามสกุลโฮโจเป็นนามสกุลที่พบได้ทั่วไปกับคนญี่ปุ่น เช่นเดียวกับมาเอบาร่า คำว่าโฮโจแปลว่า "เส้นที่อยุ่ทางทิศเหนือ" ส่วนซาโตโกะนี่แปลกมากครับเพราะมาจากคำว่าซา (沙) แปลว่ากรวดทราย โต(都) แปลว่าสำคัญ หรือทั้งหมด และโกะ (子) แปลว่าเด็ก...รวมกันแปลว่าอะไรก็ไม่รุ้...แต่ผมว่าต้องมีความหมายแน่นอน เพราะสั้งเกตดีๆ แล้วคำว่าซา (沙) และคำว่าโต (都) เป็นคำประกอบมากเกินไป (คำประกอบ คือคำที่เกิดจากอักษรจีน 2 ตัวขึ้นไป มาประกอบรวมเป็นตัวเดียว แบบคำว่าชิองและมิอง) ถ้าลองแยกแต่ละคำออกจะได้คำว่า (氵) ซึ่งเป็นรูปย่อของ (水) ที่แปลว่าน้ำ และ (少) ที่แปลว่าน้อย...กับ (者) ที่แปลว่า "คนนั้น" และตัวย่อของ (邑) ที่แปลว่า ขอบเขต (ซึ่งแยกมาขนาดนี้ก็ยังหาความหมายไม่เจออยู่ดี กำลังคิดว่าแต่ละคำก็อาจแยกได้อีกแต่กลัวจะไปเจอทางตันและอาจจะเป็นการเล่นคำ โดยเอาคำอ่านของแต่ละคำมาอ่านรวมกันอาจจะได้รูปประโยคหนึ่งที่ให้อีกความหมายหนึ่ง แต่ผมไม่ทำดีกว่า ให้เราๆ ท่านๆ ที่อ่านอยู่ลองไปทำกันเอง หรือใครที่รู้ดีกว่านี้ก็รบกวนช่วยบอกกันหน่อยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง จริงๆ นะ (_ _)
แปลโดยรวมก็คงเป็น "เด็กในอาณาจักรทราย" ล่ะมั้งนะ ไมรู้ว่ามีที่มาหรือเอามาจากใหนรึเปล่า
- ฟุรุเดะ ริกะ : 古手梨花
ชื่อของหนุริกะน่าสนใจมาก เพราะเล่นได้หลายคำ โดยที่คำว่าฟุรุเดะนั้นแปลว่า "ปลดเกษียณ" ส่วนริกะแปลว่า "ดอกสาลี่" แต่ในสมุดแปะข่าวมั่วๆ ของทาคาโน่ระบุไว้ว่าฟุรุเดะ (古手) นั้นมาจาก "อุระไนเทะ" (占い手) แปลว่าผู้พยากรณ์ หรือผู้ทำนายโชคชะตา คือหมอดูน่ะเอง โดยนำ (占) ที่มีเขางอกแค่ด้านขวา มาเติมเขาในด้านซ้ายอีกข้างเป็น (古) เพื่อให้เป็นสกุลของปีศาจเช่นเดียวกับโซโนซากิและคิมิโยชิ
*เขตสปอยล์ > กระนั้นเองชื่อของริกะนั้นก็ยังไปคล้องกับกวีลึกลับนามว่า Frederica Bernkastel เพราะคำว่า Frederica นั้น เขียนเป็นอักษรญี่ปุ่นเพื่อทับศัพท์ได้ว่า (フレデリカ・バーンカステル) ออกเสียงแบบญี่ปุ่นๆ ว่า "ฟุเระเดะริกะ บานคาสึเทรุ" สังเกตว่าคำแรก "ฟุเระเดะริกะ" ออกเสียงคล้ายคำว่า "ฟุรุเดะริกะ" และยังอาจเกี่ยวพันกับแม่มดที่ชื่อว่า "เบิร์นคาสเทล" ใน "แว่วเสียงนางนวล" (อุมิเนโกะ โนะ นาคุโคโรนิ หรือที่ผมชอบเรียกเล่นๆ ว่า "แว่วเสียงแมวน้ำ") < สุดเขตสปอยล์*
- โฮโจ ซาโตชิ : 北条悟史
คนนี้ชื่อน่ากลัวมาก ความหมายของชื่อซาโตชิคือ "เห็นความจริงในอดีต" หรือ "อดีตที่เห็นความจริง" แปลว่าซาโตชิไปเห็นอะไรเข้าสินะ? เลยถูกกำจัดไป...แล้วซาโตชิไปใหน?
เกร็ด! : ชื่อของซาโตชินั้นถ้าแปลตรงตัวจะพบว่าพ้องเสียงกับตัวเลขดังนี้คือ ซา (三) "3" โต (十) "10" ชิ (四) "4" เขียนรวมกันว่า (三十四) แปลว่า "สามสิบสี่" พอเทียบกับซาโตโกะแล้วก็ใช้หลักเดียวกันคือ ซา (三) "3" โต (十) "10" โกะ (五) "5"เขียนรวมกันก็ได้ว่า (三十五) แปลว่า "สามสิบห้า" นั้นเอง...
เป็นที่น่าสังเกตว่า เลขของซาโตชิ "สามสิบสี่" นั้น เขียนแบบสากลคือ 34 ซึ่งไปพ้องกับตัวเลขของทาคาโน่ มิโยะ ที่ชื่อของเธอนั้นเขียนความหมายอย่างตรงตัวเลยคือ "สามสี่" (ไม่มีสิบ)
- ทาคาโน่ มิโยะ : 高野三四
มนุษย์ที่ชื่อพิลึกที่สุดในเรื่อง...ทาคาโน่เป็นนามสกุลที่หาได้ทั่วไปในญี่ปุ่นแปลว่า "ที่ราบสูง" ส่วนมิโยะนั้นถ้าแยกเป็นคำๆ เลยจะได้เป็น "มิ" ที่แปลว่าสาม และ "โยะ" ที่แปลว่าสี (โยะ เป็นคำอ่านแบบสุภาพของ "ชิ" ซึ่งนอกจากจะแปลว่าสี่แล้ว ยังแปลว่าความตายได้อีกด้วย คนญี่ปุ่นในปัจจุบันจึงไม่นิยมอ่านเลขสี่ว่า ชิ) จะเห็นว่าื่ชื่อของทาคาโน่ไม่มีการเล่นคำกับคำศัพท์ที่พ้องเสียงกับตัวเลขเหมือนคนอื่นๆ เพราะชื่อคุณเธอเล่นสะกดด้วยคำที่มีความหมายเป็นตัวเลขตรงๆ โต้งๆ เลย และที่น่าแปลกก็คือ ตัวเลขที่เป็นชื่อของทาคาโน่ (สามสี่) ไปพ้องกับตัวเลขที่เกิดจากการเล่นคำของชื่อซาโตชิ (สามสิบสี่) และนอกจากนั้นถ้าเอาตัวเลขจากคำแรกของชื่อมิอง (3) และชิอง (4) มาเรียงกันก็จะได้เลข 34 ซึ่งเป็นชื่อของทาคาโน่!?
*เขตสปอยล์ > จริงๆ แล้วทาคาโน่มีชื่อจริงว่า "ทานาชิ มิโยโกะ" (田無美代子) ทานาชิแปลว่า "ไม่มีนา" ส่วนมิโยโกะเป็นชื่อมาตรฐานผู้หญิงญี่ปุ่น แปลว่า "เด็กที่เกิดในยุคที่สวยงาม" (ผิดถูกไม่แน่ใจ เพราะคำว่าโยคำนี้แปลได้หลากหลายมาก) แต่สาเหตุที่เธอเปลี่ยนชื่อเป็นมิโยะเพราะว่าเธอต้องการจะสืบทอดเจตนารมย์ของดร. ทาคาโน่ ฮิฟูมิ (高野一二三) ซึ่งเป็นตาบุญธรรมของเธอ สังเกตดีๆ แม้คนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาจีนก็น่าจะเห็น ชื่อของ ดร. ฮิฟูมิ เห็นชัดๆ เลยว่ามันเรียงขีดตั้งแต่ 1 ขีดไปถึง 3 ขีด แน่นอนถ้าแยกออกเป็นคำๆ แล้วจะได้คำว่าฮิ (一) แปลว่า "หนึ่ง" ฟุ (二) แปลว่า "สอง" และมิ (三) แปลว่า "สาม" น่ะเอง นอกจากการตั้งชื่อต่อจาก "หนึ่งสองสาม" เป็น "สามสี่" แล้ว น่าจะยังมีความหมายอีกอย่างคือ ตัดคำว่า "โกะ" (子) ที่แปลว่าเด็กตรงท้ายชื่อออกไป เหลือแต่คำว่า "มิโยะ" (美代 เปลี่ยนเป็น 三四) หมายความว่าเธอได้ตัดตัวเองช่วงเด็ก หรือตัดอดีตของตัวเองทิ้งไป ทำราวกับว่าเธอนั้นไม่เคยผ่านอดีตอันน่าเศร้านั้นมาก่อนเลย ซึ่งเป็นการพยายามลบแผลในใจของเธอทิ้ง (เลยไปสร้างแผลให้คนอื่นแทน - -") < สุดเขตสปอยล์*
- โทมิทาเกะ จิโร่ : 富竹ジロウ
เป็นชื่อที่จืดที่สุดในแว่วเสียงเรไร่ แต่ไม่รู้นะว่ามีที่มาจากอะไรรึเปล่า โดยโทมิทาเกะแปลว่า "ชนชั้นกลางผู้มั่งคั่ง" (ทาเกะ (竹) นอกจากจะแปลว่าไม้ไผ่แล้ว ยังมีความหมายถึงชนชั้นกลางในสมัยก่อนด้วย) ส่วนจิโร่นั้นไม่มีความหมายในชื่อของโทมิทาเกะ แต่ถ้าโดยทั่วไปแล้วจะแปลว่า "ลูกคนรอง" พอแปลงเป็นตัวเลขแล้วจะได้เป็นจิ (2) โร่ (6)
จิโร่ไม่ใช่ชื่อจริง ชื่อจริงของจิโร่นั้นผมก็ลืมไปแล้ว ใครนึกได้ช่วยบอกผมทีครับ
- อิริเอะ เคียวสุเกะ : 入江京介
เหมือนกันกับจิโร่ คือไม่รู้จะแปลว่าอะไร... อิริเอะแปลว่า "แม่น้ำไหลเข้า" ส่วนเคียวสุเกะแปลว่า "หอยหมื่นล้านล้านตัว" (ชื่อคนเหรอเนี่ย - -") หรือแปลอีกอย่างได้ว่า "ท่ามกลางเหมืองหลวง" (อันนี้ค่อยดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย) ไม่ทราบที่มาเช่นเคย แต่ระหว่างหาคำแปลนั้นเจอศัพท์น่าสนใจอยู่คำนึงคือคำว่าไคนิว (介入) ที่แปลว่า "ก้าวก่ายแทรกแซง" ซึ่งชี้สภาพของอิริเอะโดยตรง...แต่ถ้าลองกลับชื่อนามสกุลดูจะได้เป็น "เคียวสุเกะ อิริเอะ" (京介入江) แยกเป็น (京) "เมืองหลวง" (介入) "แทรกแซง" และ (江) "แม่น้ำ" ... อึ้มมม พอเห็นอะไรแล้วใช่มั้ย?
- โซโนะซากิ โอเรียว : 園崎お魎
คำว่าโอเรียวเป็นคำที่บ้าบอมาก เพราะไม่ว่าจะำพิมพ์ว่า "เรียว" หรือ "โคดามะ" หรือ "สึตามะ" ที่เป็นคำอ่านทั้งหมดของตัวอักษร (魎) ก็ไม่ขึ้นมาเลยซักแอะ - -" โดยคำว่าเรียวนั้นแปลว่า "ปอบ" หรือ "ผีพราย" มาจากคำว่า "ปีศาจ" (鬼) และ "ทั้งคู่" (兩) (คำว่าทั้งคู่ไม่มีความหมาย เพียงแต่ชี้ว่าคำ (魎) อ่านออกเสียงเหมือน (兩) เท่านั้น)ส่วนคำว่าโอนั้นเป็นคำนำหน้าชื่อผู้หญิงญี่ปุ่นโบราณ ทำให้ดูสุภาพขึ้น (ใครที่เกิดทันน่าจะรู้จัก "โอชิน" อะไรหยั่งงั้นแหละ)
คนที่จะเป็นหัวหน้าตระกูลโซโนะซากิจะถูกตั้งชื่อให้มีคำว่าปีศาจ (鬼) ผสมอยู่ในชื่อ เช่น "มิ" (魅) ของมิอง หรือ "เรียว" (魎) ของโอเรียว รวมถึงแม่ของมิองเองที่ชื่อ "อากาเนะ" (茜) ซึ่งแผลงมาจาก (蒐) อ่านว่าอากาเนะเช่นกัน (茜 แปลว่าต้นอ้อ ส่วน 蒐 แปลว่าเก็บรวบรวม) เพราะถูกถอดออกจากตำแหน่งผู้สืบทอด จึงต้องเปลี่ยนชื่อ เอาคำว่าปีศาจออกจากชื่อนั่นเอง
และขออภัยที่หยิบมาโดยไม่ได้บอกกล่าวและไม่ได้รับอนุญาตครับ
ชื่อโอเรียวแปลเป็นตัวเลขได้ 02 ส่วนอากาเนะไม่แน่ใจ
- คิมิโยชิ คิอิจิโร่ : 公由喜一郎
คำว่าคิมิโยชิแปลว่า "เหตุหรือนัยยะทั่วไป" คิอิจิโร่แปลว่า "ลูกคนโตที่น่ายินดี" ดูจากนามสกุลของผู้ใหญ่บ้านแล้วช่างเหมาะมากกับการเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยคำว่าคิมิ (公) มีความหมายถึงสาธารณะ โดทยทั่วไป และโยชิ (由) หมายถึงมูลเหตุ สาเหตุ หรือความสำคัญ ความหมายของนามสกุลนั้นคือแจ้งสาเหตุหรือสิ่งสำคัญให้ผู้อื่นทราบ และได้รับความสำคัญจากผู้อื่นน่ะเอง แต่ในสมุดแปะข่าวมั่วซั่วของทาคาโนะระบุไว้ว่า "คิมิโยชิ" () นั้น ถ้าลองจัดตำแหน่งของตัวอักษรดูใหม่โดยแยกคำว่าคิมิ (公) เป็นส่วนบน (八) และส่วนล่าง (ム) กับคำว่าโยชิ (由) แล้วเอามาวางใหม่โดยที่วาง (由) ไว้ข้างบน วาง (八) ไว้ข้างล่าง และวาง (ム) ไว้ทางขวาของ (八) จะได้คำว่า...
鬼
ซึ่งแปลว่าปีศาจน่ะเอง
และชื่อตัวแรกของผู้ใหญ่บ้าน "คิอิจิโร่" ยังมีความหมายว่า "ลูกคนโตที่เป็นปีศาจ" อีกด้วย
- โออิชิ คุราอุโดะ : 大石蔵人
ชื่อนี้เป็นชื่อที่ผมชอบที่สุด เพราะรู้สึกว่าอึ้งและทึ่งมากเมื่อรู้ความหมายและที่มาของชื่อนี้ (โดยการคิดขึ้นมาเอง) คำว่าโออิชินั้นเป็นนามสกุลโหลๆ ของญี่ปุ่น แปลว่า "หินก้อนใหญ่" ส่วนคุราอุโดะนั้นแปลว่า "ผู้รักษาเอกสารทางราชการ" แค่ชื่อก็เหมาะจะเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนแล้ว เพราะยุ่งกับเอกสารตลอดเวลา แต่ถ้ามาคิดดูดีๆ แล้ว ด้วยความบ้าเกมไฟนอลของคุณริวคิชิ 07 เราจะพบว่าคำว่า "คุราอุโดะ" เมื่อเขียนเป็นคำอ่านแล้วจะได้ว่า (クラウド) ซึ่งถ้าอ่านเร็วๆ จะได้คำว่า Cloud "คลาวด์" พระเอกจาก Final Fantasy VII นั่นเอง (ลองก๊อปคำอ่านไปวางไว้ในช่องเสิร์ชของกูเกิ้ลก็ได้ เจอรูปคลาวด์เยอะเหมือนกัน)
ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น ด้วยความที่นามสกุลของโออิชินั้นมีความหมายถึงก้อนหิน ยังไปพ้องกับคำว่า Lock ที่เป็นชื่อพระเอกของไฟนอล 6 หรืออาจจะไปพ้องกับนามสกุลของ "ทีฟ่า ล็อกฮาร์ท" นางเอกของไฟนอล 7 ได้อีกด้วย (คำว่า Rock กับ Lock ภาษาญี่ปุ่นออกเสียงเหมือนกัน)
- อาคาซากะ มาโมรุ : 赤坂衛
คำว่าอาคาซากะ แปลว่าเนินเขาสีแดง เป็นนามสกุลทั่วไป ส่วนมาโมรุแปลว่า "ปกป้อง" หรือ "คุ้มครอง" หมายความว่าเขาคนนี้มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองริกะยังไงล่ะ ~ ♥
(เพราะผมเชียร์คู่อาคาซากะ - ริกะ เป็นพิเศษน่ะ)
ใหนๆ ก็พูดถึงริกะแล้ว มีข้อสันนิษฐานหนึ่งเกี่ยวกับตัวเลข อย่างเคย์อิจิก็ K1 เรนะก็ 07 มิอง 30 ชิอง 40 ซาโตโกะ 35 ซาโตชิ 34 แล้วริกะล่ะ??
จริงๆ แล้ว ชื่อริกะแปลเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่นามสกุลฟุรุเดะนั้น คำว่า "ฟุรุ" นั้นแยกเป็น "ฟุ" 2 และ "รุ" 6 ก็พอจะอนุมานได้ว่าตัวเลขของริกะนั้นคือ 26...
*เขตสปอยล์ > แต่ช้าก่อน เรามาดูคำว่าริกะกันดีๆ อีกครั้ง คำว่าริกะ (梨花) นั้นถ้าแยกออกมาทีละคำแล้วอ่านด้วยเสียงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้นจะได้คำว่า "นาชิ" (梨 สาลี่) บวก "ฮานะ" (花 ดอกไม้) ถึงถ้าแยกออกทีละตัวแล้วจะได้ "นะ" 7 "ชิ" 4 + "ฮา" 8 "นะ" 7 รวมๆ กันแล้วเป็น 74 + 87 = 161 อาจจะเป็นอายุที่แท้จริงของริกะก็ได้!? < สุดเขตสปอยล์*
ขอจบไว้แค่นี้ละกัน เพราะนี้เขียนมาวันนึงเต็มๆ แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ยังหาข้อมูลไม่ได้ และอีกหลายคนที่ไม่ได้พูดถึง อย่างอาจารย์จิเอะที่หลายๆ คนคงรู้ดีว่ามาจากตัวละครที่ชื่อ ชิเอล (Ciel) ในเรื่องสึกิฮิเมะ ที่มีนิยามว่า "เธอทานแกงกะหรี่อาทิตย์ละเจ็ดวัน วันละสามมื้อ" ทำให้อาจารย์จิเอะบ้าแกงกะหรี่อย่างที่เห็นแหละฮะ และถ้าใครมีข้อมูลหรือ "ความจริง" อะไรที่ไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ ก็ขอความกรุณาชี้แนะด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ (_ _)

แต่คืนก่อนเซ็ง ผีแดงแฮะ 2-1 แม้ เฟลแตก
#1 By Urza ชาลันล่าห์ on 2008-09-17 14:28