+:~: - Chocohime - :~:+ View my profile


Ame งดจัดรายการระยะนึง ขอเชิญรับฟังนักจัดรายการท่านอื่นจัดตามเวลาปกติครับ

เอากับเค้าบ้าง...

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ Nancy อารมณ์ดี ที่เล็งเห็นการศึกษาของเด็กใทยใน exteen
ปกติเป็นผีสิงบล็อกเค้ามาตลอด แต่เนื้อหาดีๆ แบบนี้กลับพลาดไปได้ยังไงกัน สงสัยช่วงนี้จะยุ่งมากเกินไป
แต่ก็ขอขอบคุณ Nancy ที่เป็นแรงบันดาลใจครับ

ขอขอบคุณ Liebestraum (ผมไม่รู้จะเรียกน้องเค้าว่ายังไง แหะๆ) มากๆ ครับ คนนี้นี่ Inspired ตัวแม่เลย ตอนแรกก็กำลังคิดอยู่ว่า "เอ๊ะ จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับคณะตัวเองยังไง" พลันเหลือบไปเห็น "เรียนดนตรีอย่างมีกึ๋น" นี่แหละใช่เลย!!! ถือซะว่าเอนทรีนี้ของผมเป็นภาคต่อของ http://pianocorner.exteen.com/20081001/tag-thanks-10-000-hits ละกันนะครับ ^^

เริ่มแท็กได้ซักทีกับ...

Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

แหะๆๆ รู้สึกจะผิดกติกาตั้งแต่ข้อ 2 แต่แบบว่าอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับ Tag อื่นๆ ในบล็อกน่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ

เข้าสู่โซนตอบคำถาม 5 ข้อ...

1. ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

♪  ตอนนี้กำลังเรียนคณะมนุษย์ศาสตร์ ภาควิชาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมอยู่ครับ ปี 1 ใหม่ (หลังจากที่รันมาแล้ว 4 ปี)

2. สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

♪  พูดไปจะเป็นการเผาสถาบันตัวเองรึเปล่าน้อ? แต่ผมขออนุญาตกล้าบอกเลยนะครับว่า "เรียนอย่างบุฟเฟต์" ครับ T^T คือโดยเริ่มต้นแล้วเราต้องมีพื้นฐานทางดนตรีมาในระดับหนึ่ง พูดง่ายๆ ก็คือเล่นเครื่องดนตรีได้คล่องแคล่วอย่างน้อย 1 ชิ้น ("คล่องแคล่ว" ของผมนี่ไม่ได้หมายถึง "เก่ง" นะครับ ความหมายน้อยกว่านั้น แต่ต้อง "เป็น" ในระดับหนึุ่งก่อน) มีความรู้พื้นฐานดนตรีอย่างน้อยต้องแยกเสียง Major และ Minor ให้ออก ไล่สเกลต้องเป็น อย่างน้อย 1 ชุด (ตั้งแต่โดต่ำถึงโดสูง ภาษาดนตรีเรียกว่า Octave) ทุกคีย์ (ควรจะได้ทุกคีย์ เพราะสเกลในคีย์อื่นๆ ก็มีที่มาจากคีย์ C ทั้งนั้น ว่าแต่ทำไมวงเล็บบ่อยจัง) เพราะถ้าเข้าไปเรียนในที่นี้ บอกได้เลยครับว่าไม่มีใครเริ่มนับ 1 พร้อมกับคุณหรอก โอเค การสอนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่การปฏิบัติ การใช้ชีวิตถ้าคุณเริ่มนับ 1 ที่นี่ ในขณะที่เพื่อนๆ คุณนับไปถึง 100 แล้ว คุณคิดว่าคุณจะตามทันเขาเหรอ? โอเคบางคนอาจจะตั้งใจจริง ถือคติว่า "ถ้าพยายามซักวันก็ต้องตามทัน" แต่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ถ้าคุณไม่ถอดใจไปซะก่อนผมขอนับถือคุณเลย... ท่ามกลางเสียงเหน็บแนมต่างๆ นานา "พวกเต้นกินรำกิน" "เรียนดนตรีไปได้อะไร" "ดีจังน้า เรียนไปเล่นไป พวกเรานี่จะสอบก็ต้องอ่านตำรางุดๆ อีพวกนี้นี่เวลาสอบนี่เล่นกันสนุกสนานเชียว" เสียงพวกนี้แหละครับที่คุณจะได้ยิน... ถึงแม้คุณอยากเถียงใจจะขาดว่า ไม่ใช่เว้ยยย เห็นเล่นดนตรีแบบนี้จริงๆ ก็เครียดเหมือนกัน กลัวตกเป็นเหมือนกัน ที่เห็นยิ้มร่าอยู่บนเวทีเนี่ย เมคเอาทั้งนั้น... แต่ก็ไม่มีใครได้ยินหรอกครับ คนเค้าก็เชื่อว่าคุณ "เรียนไปเล่นไป" อยู่ดี แถมที่เห็นจากภายนอกว่าสนุกเนี่ย... จริงๆ แล้วโคตรเครียดเลย เพราะดนตรีมันมีอะไรมากกว่านั้นครับถ้าจะเล่นเป็นจริงๆ คุณต้องหัดเข้าหาเพื่อน เข้าสังคมให้เป็น รู้จักดูดวิชา แชร์ความรู้ เข้าหาครูอาจารย์บ่อยๆ แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างรุ่น (มุมมองของพวกอาจารย์ดนตรีสุดยอดมากครับ) และที่สำคัญที่สุดในการเรียนคือ "ความอดทน (เป็นสองเท่า)" ครับ

พูดน้ำท่วมทุ่งมาตั้งนาน ไม่เห็นจะบอกเลยว่าเรียนอะไร...คณะนี้ก็เรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติดนตรีทั่วๆ ไปครับ แต่จะเพิ่มบางอย่างเข้ามาเช่น

2.1 คอมพิวเตอร์ดนตรี โดยมีการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ และเครื่องมืออิเลกทรอนิกส์อื่นๆ ในการบันทึก สังเคราะห์เสียง และจัดแสดงดนตรี ถ้าเรียนวิชานี้คล่องๆ แล้วสามารถไประกอบอาชีพได้ตามงานอีเวนท์ต่างๆ หรือรับงานได้ตามห้องอัด... อัดเพลง เสียงต่างๆ หรือ Spot โฆษณาและยังสามารถอัดเดโมเพื่อส่งประกวดหรือส่งค่ายเพลงได้โดยไม่ต้องไปง้อ ห้องอัดได้อีกด้วย

2.2 ซ่อมสร้างอุปกรณ์ดนตรี  วิชานี้จ๊อดมาก... แทบจะเปลี่ยนสถานะจากศิลปินเป็นกุลีไปเลย อ๊ะๆๆ เห็นผมพูดแรงๆ แบบนี้ แต่วิชานี้และ "ผู้ประกอบวิชาชีพนี้" สำคัญมากนะครับ... เราจะไม่มีเครื่องดนตรีให้เล่นเลยหากขาดท่านๆ เหล่านี้ นักสร้างเครื่องดนตรีครับ วิชานี้เรียนไปไม่ใช่เพื่อให้ไปประดิษฐ์เครื่องดนตรีเพียงอย่างเดียว (เว้นว่าแต่เรียนดูแล้วชอบจริงๆ และทำได้ดี จะยึดไปเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้ตัวเองเลยก็ได้) แต่จะสอนถึงการดูแลอุปกรณ์ดนตรีเบื้องต้น การแก้ปัญหาเบื้องต้นเวลาที่อุปกรณืดนตรีชำรุด ไม่ใช่ว่ากีตาร์วงจรขาดแล้วจะแบกไปให้ช่างซ่อมอย่างเดียว วิชานี้สอนให้แก้ปัญหาเบื้องต้นเป็นครับ อย่างน้อยๆ ก็จะทำให้ประหยัดงบที่ต้องลงให้กับดนตรีได้อีกโขเลย... (การเล่นดนตรีต้องใช้ทุนสูงครับ ซื้อเครื่องดนตรีแล้วยังต้องดูแลมันบ่อยๆ ต้องเปลี่ยนออพชั่นให้มันบ่อยๆ จนมีคนเรียกว่าศิลปินใส้แห้งเพราะแบบนี้แหละครับ)

2.3 ทฤษฎีดนตรี ประวัติดนตรี การวิเคราะห์ดนตรี การประพันะ์เพลง และการอำนวยเพลง วิชาพวกนี้ก็เรียนเหมือนโนดาเมะเลยครับ เป็นวิชาที่ชวนง่วง (แต่ผมชอบมาก) สุดๆ เพราะพวกเด็กเทคโนจะไม่ค่อยชอบดนตรีโบราณๆ (ส่วนผมเด็กดนตรีโบราณเลยไม่ค่อยถนัดพวกวิชาเท็คโน)

2.4 ดนตรีไทยเชิงประวัติ สอนประวัติดนตรีสากลในประเทศไทยครับ วิชานี้สนุกมาก อยากรู้ต้องไปหาเรียนเอาเองครับ...

นอก จากนั้นก็มีวิชาทั่วไป ไทย สังคม อังกฤษ เลข วิทย์ การตลาด การบัญชี จับฉ่าย ตามสไตล์คณะมนุษย์ศาสตร์ครับ ถ้าจะมาเรียนที่นี่ต้องเตรียมใจเรียนสิ่งเหล่านี้ (ที่คุณพยายามหนีจากตอนมัธยม) ไว้ด้วย

3. สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

♪  บานตะเกียงครับ ตั้งแต่อาชีพที่เด็กดนตรีทุกคนไฝ่ฝัน คือเป็นศิลปินออกเทป ที่นี่ก็จะสอนคุณเลยว่าคุณจะต้องเป็นยังไง ต้องทำยังไง ต้องเตรียมตัวยังไง และที่ไม่อยากจะคุยคือ สถาบันของผมเป็นที่ที่มีศิลปินออกเทปมาเรียนเยอะที่สุดในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่พี่ต่อ (มือกลอง) ซิลลี่ฟูลส์ วง I zax ทั้งวง พี่ฟลุก พี่กอล์ฟ และพี่ใหม่ (นักร้อง มือเบส และมือกลอง) วงไอน้ำ พี่ขวัญ (มือเบส) วง Pink เก็ต แก๊งค์ จากคูณ 3 ซูเปอร์แก๊งค์ พี่น้อย และพี่เป๊ก(มือกีตาร์ และมือเบส) วง Subtention ครูบิ๊ก พี่เอิ้น (นักร้อง) Studio tomo และที่ดังสุดๆ ซิงๆ เลยชั่วโมงนี้คือพี่ว่าน (AF 2) ครับ

ส่วนเหล่าอาจารย์ก็มี "อ.แจ๊ก ธรรมรัตน์" สังกัดปราชญ์มิวสิก อาจารย์ก้อง (มือกลอง) จากวง Syncronize (เจ้าของเพลง "เข้ากันไม่ได้") และ Back-up ให้กับมาช่า (มีวันนึงเห็นอาจารย์ก้องตีกลองออกทีวีในมิวสิควีดีโอมาช่า เพลงเชื่อฉัน ฮามากครับ *0*) พี่บูสท์ นักร้องนำวง Bean รวมไปถึงอาจารย์รุ่นเก่าอย่าง อ.อดุลย์ วง Pinkpanter และ อประเสริฐ จากวง Ovation ด้วยครับ และเรายังมีอดีตอาจารย์หัวหน้าภาคคนแรก อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (ชื่อสะกดถูกรึเปล่าหว่า อายจังเลย สะกดชื่ออาจารย์ตัวเองไม่ถูก) จากวงคาราบาวด้วยครับ

แต่ก็ใช่ว่าเรียนที่นี่แล้วจะได้เป็นศิลปิน ทุกคน เพราะวงการนี้แข่งขันสูงครับ นักเรียนทุกคนก็ต้องหาทางออกอื่นๆ เพื่อไม่ให้ดนตรีที่เรียนมาเสียเปล่า จากที่ได้ร่ำเรียนมาก็มีสายที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนกันอย่างสายคลาสสิค ที่สามารถประกอบอาชีพได้มากมายเช่นวาทยากร นักดนตรีซิมโฟนี ผู้ประพันธ์เพลง และอาจารย์สอนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือจะเป็นสายเทคโน ก็ประกอบอาชีพได้เยอะมากเช่น นักสร้างเครื่องดนตรี โสตวิศวกร (Sound Engineer) Sound Control ตามอีเวนท์ต่างๆ Back Stage ผู้คอยจัดวางเวที หรือจะสร้างห้องซ้อม ห้องอัด เพื่อประกอบกิจการดนตรี อัดสปอตโฆษณา รับอัดเดโมให้กับผู้ที่จะส่งประกวด และนำเอาเพลงไปส่งค่าย หรือถ้าฝีมือจริงก็ไปเป็น Control ในค่าย หรืออาจจะเป็นนักดนตรีเล่นกลางคืน เล่นตามผับ หรือรับจ้างอัดดนตรีให้ศิลปินเดี่ยวตามค่ายก็ได้ครับ

เยอะมากใช่ม้า? และที่สำคัญคืออาชีพเหล่านี้ "ไม่ต้องจบก็ประกอบได้ครับ" ขอเพียงคุณมีฝีมือ และพร้อมที่จะทำงาน คุณสามารถเรียนไปทำงานไปจนจบได้ และเมื่อจบแล้วคุณยังอาจจะมีเงินเก็บ เพื่อไปทำตามฝันของคุณได้อีก การเรียนดนตรีนั้นมีทางเลือกมากมายกว่าที่จะเรียกว่า "เต้นกินรำกิน" ครับ (ย้ำอีกครั้ง เพียงแต่คุณตั้งใจ เพราะวงการดนตรีเดียวนี้แข่งขันกันสูงมาก มาก มาก ถึงมากที่สุด)

4. บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

♪  กึ๋นเหรอครับ ... บางทีไม่จำเป็นเลยก็ได้มั้ง เพราะเคล็ดลับในการเรียนสาขานี้คือ "ความอดทน" แต่ถ้าหากท่านรู้ตัวว่าท่านมีความอดทนไม่เพียงพอ แต่รักและอยกเรียนในสาขานี้บ้าง (แบบผม) ก็ต้องซ่อกแซ่กกันหน่อยล่ะครับ...

เริ่ม ต้นที่...พยายามหาว่าอะไรบ้างที่เพื่อนเรายังไม่ทำ หรือยังไม่มีใครทำ อย่างเล่นผับนี่เลิกคิดเลยครับ - - เพราะเกร่อถึงเกร่อมาก... ถ้าเรื่องทำห้องอัดรับทำสปอตโฆษณา เอ้อ อันนี้ยังไม่ค่อยมี ก็รีบเข้าหาอาจารย์เลยครับว่า "การอัดสปอตโฆษณามีเทคนิกยังไงเหรอ มีงานอะไรให้ผมลองบ้างมั้ยครับ" เพราะอาจารยแกรับงานเยอะมาก หูตากว้างไกลกว่าพวกเราๆ บางทีแกจะมีข่าวงานแปลกๆ มาให้เราได้ลองทำ ตามความถนัด ใครที่เข้าใกล้อาจารย์่บ่อยหน่อยก็จะมีข่าวเยอะหน่อย อย่างผมที่ไม่ได้เฉียดไปห้องพักครูก็จะไม่ค่อยรู้อะไร และเข้าหาเพื่อนครับ การเข้าหาเพื่อนๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ทุกคนในชั้น... ทุกรุ่นในคณะได้ยิ่งดี เพราะการเข้าหาเพื่อน รุ่นพี่ หรือรุ่นน้องนี่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่าตลาดดนตรียังต้องการอะไร ยังขาดอะไร และน่าจะเติมอะไร นอกจากนั้นยังทำให้รู้ได้อีกว่าเพื่อนๆ เรา หรือรุ่นพี่ รุ่นน้องเราแต่ละคนถนัดอะไรบ้าง เพราะการทำงานดนตรีทำคนเดียวไม่ได้ครับ สมมติว่าจะประกวดดนตรีแนว Thai-Jazz หนึ่งล่ะต้องรวบรวมเพื่อนที่เล่นแจ๊สเป็น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเล่นแจ๊สเป็นนะครับ (ผมคนนึงล่ะไม่เป็น) ก็ต้องรู้ว่าเพื่อนๆ เรา ใครมั่งที่มันเป็นขาแจ๊ส ในคณะต้องมีซักคนแหละ เอามาให้ครบ กลอง เบส กีตาร์ แซกโซโฟน เปียโน แล้วยังดนตรีไทยอีก โอเค เราอาจจะไม่มีเพื่อนที่เล่นดนตรีไทยเป็น แต่เพื่อนๆ เรา ต้องมีซักคนแหละที่รู้จักใครในเอกดนตรีไทย หรือรู้จักคนที่เล่นดนตรีไทยเป็นที่เรียนอยู่ที่อื่น เราก็จะสามารถตามตัวมาช่วยงานตรงนี้ได้ เห็นมั้ยครับ?? การเข้าหาคนมีประโยชน์มากแค่ใหน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะบ่นว่า นี่มันเคล็ดทั่วไปมากเลยไม่ใช่เหรอ มันเป็นเคล็ดเกี่ยวกับการเรียนตรงใหน มีแต่เรื่องงานและการสังคม

ครับ!! "เรื่องงานและการสังคม" เป็นสิ่งที่ต้องมองเป็นอันดับแรกในชีวิตมหาวิทยาลัย คือเมื่อเราก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว สิ่งแรกเลยที่คุณต้องคิดคือ "จบไปจะไปทำอะไร" ยังไม่ต้องให้คำตอบให้กับตัวเองเดี๋ยวนั้นก็ได้ครับ พวกที่รีบตอบคำถามให้ตัวเองเนี่ย เจ๊งมาหลายรายแล้ว เพราะเรียนไปแล้วรู้สึกไม่ใช่ ลำบาก เรียนไปก็เสียเวลา ออกมาเริ่มใหม่ก็เสียเวลาอีก เห็นมั้ยครับ? ยิ่งรีบยิ่งช้า...เพราะฉะนั้นแล้วก็ต้องลองเรียนไปก่อน ว่ามีอะไรบ้างที่เราทำได้ เราทำไม่ได้ เราจะทำ และ "เรา" เท่านั้น ที่จะถมช่องว่างตรงนี้ลงได้ ไอ้การแห่ทำตามคนอื่นน่ะไม่เวิร์คหรอกครับ... เพราะถ้าเราไม่เจ๋งจริง เราโดนคัดออกแน่นอน หลังจากนั้นเราก็จะเคว้งคว้าง....ทำไรดีว้าาาาา แบบนี้แหละครับ

สรุป ก็คือ หาทางออกให้ตัวเองก่อน จากนั้นก็ลุยไปตามทางออกที่ตัวเองเล็งไว้ครับ (หาทางออก อาจจะคนละอย่างกับหาความฝันนะ บางทีสิ่งที่กำลังเดินไปอาจไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นเพียงทางสายหนึ่งที่เมื่อเดินไปแล้วจะเห็นความจริงมากขึ้น ทำให้เราสามารถโน้มฝันมาสู่โลกความเป็นจริงได้ง่ายขึ้นครับ)

5. อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

♪   ม...ไม่มีอะไรจะบอกแล้วครับ... เพราะผมได้บอกไปหมดใส้หมดพุงแล้ว 4 ข้อข้างต้น ถ้าถามว่ามีอะไรจะบอกก็คือ "หารุ่นพี่คนอื่นๆ ที่เชี่ยวชาญ และขอคำแนะนำซะนะครับ" คำแนะนำของผมคนเดียวบางทีก็ใช้ไม่ได้... อย่ากลัวที่จะขอคำแนะนำจากรุ่นพี่มากกว่า 1 คนครับสมมติว่าเราขอข้อมูลจากรุ่นพี่ A แล้วได้ข้อมูลที่น่าภูมิใจมา ก็ไม่จำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากรุ่นพี่ A คนนั้นอีก หรือไม่ต้องกลัวว่าเมื่อไปขอรุ่นพี่ B แล้วรุ่นพี่ A จะน้อยใจ ว่า "ตูอุตส่าห์ให้ข้อมูลไปตั้งเยะแล้วยังจะไปขอคนอื่นอีก..." การขอข้อมูลจากรุ่นพี่คนอื่นๆ จำทำให้ได้มุมมองต่างๆ กันไปครับ ยิ่งเยอะยิ่งดี จากนั้นเราก็นำข้อมูลของรุ่นพี่ที่ได้มาวิเคราะห์ หาทางให้เข้ากับตัวเองได้มากที่สุดครับ และที่สำคัญ การรับข้อมูลจากรุ่นพี่คนเดียวจะทำให้เรามีมุมมองแค่ด้านเดียว พอไปใช้่ชีวิตในมหาลัยจริงๆ พอเจอด้านอื่นที่เราไม่ได้เตรียมตัวรับมา มันจะ Shock ครับ เรียกว่าทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องแอด มิด...แหะๆ อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ต้องลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาจากคุณครู และรุ่นพี่ผู้รู้ท่านอื่นๆ เผื่อประกอบการตัดสินใจของผมครับ...

 

ป.ล. ไม่น่าเชื่อว่าจะเขียนมายาวนานขนาดนี้ นี่รีบปั่นสุดๆ เลยนะเนี่ย ตอนเย็นมีแคสติ้งโฆษณาอีก ยังไม่ได้ทำผมเผ้าเลยยยยย ออพชั่นก็ยังไม่ได้ไปเอา!!! โอ๊ยยยยยย เอาเวลาของตรูคืนมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา T^T

ที่ติวอัพนี่ดูดีแล้วนะขอบอก 55+

#9 By MadX on 2008-10-18 12:19

โอวว... เอนทรี่นี่มีสาระมากเลยยย ' w '

แคสติ้ง? อุกู้วว์ โฆษณาอะไรอ่ะฮะ? embarrassed
โดนใจมากค่ะ ขอบคุณมากสำหรับข้อเขียนดีๆ จากใจคนดนตรีอีกคน ที่สะท้อนความคิดความรู้สึกในหลายๆ แง่ได้ตรงใจจริงๆ Hot!

#7 By Liebestraum on 2008-10-04 13:19

ไม่มีวงจรอุบาทว์แฮะ *ตาลาย*

#6 By aizen_Princess Of Oracle Squard on 2008-10-02 17:56

เดี๊ยววววววว
ทำไมต้องปี 1 ใหม่ล่ะคะพี่ติว???

#5 By YOSHINAKIs on 2008-10-02 17:22

ฉันจบแล้ว อย่ามีใครโยนแท๊คนี้มาเลย(ล้อเล่นน่ะ)

#4 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2008-10-02 15:55

ว๊ายยยย เด็กปี1? อิจฉาว่ะแก

#3 By Aijou~ on 2008-10-02 14:23

เก็บเกรดอยู่ พรุ่งนี้สอบ เทอม2คงอีกบาน เซ็ง

#2 By Swordman แห่ง Iris on 2008-10-02 13:08

ขอบคุณเช่นกันค่ะ ที่ทำแท็กนี้ให้น้องๆได้อ่านกัน
แนนเอาลิงค์ลงบอร์ดให้แล้วนะคะ surprised smile

#1 By Nancy อารมณ์ดี on 2008-10-02 12:58