โดเรมีมาจากใหน?
posted on 04 Dec 2008 12:34 by prince-ame in Thinkingน่านะ ขออัพเรื่องดนตรีอีกซักที สัญญาว่าจะไม่พยายามอัพบ่อยๆ
เพราะสังเกตเห็นว่าโดยมากคนที่ตามอ่านจะอ่านไม่ค่อยเข้าใจ
อาจจะเป็นเพราะว่า งงกับคำศัพท์ทางดนตรี ซึ่งมันไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปซักเท่าไหร่
คราวนี้เลยขอพูดถึงที่มา ของเอกลักษณ์ของดนตรี
คือชื่อโน้ตทั้ง 7
โดยปกติแล้วพวกเราจะคุ้นๆ กันในชื่อ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที
แต่น้อยคนไม่รู้ว่าที่มาจริงๆ มันมาจากใหน
มันมาจากอะไร มันคืออะไร
ได้แต่สอนๆ ให้ท่องๆ จำกันมา ว่าโน้ตมีเจ็ดตัวนะ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที
บางคนเคยเรียนสมัยเก่ามา เป็น โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี
เจอเด็กเรียนทีมา บอกว่าเด็กท่องผิด
แล้วตกลงมัน ซี หรือ ที?
......................................................................................................................................
เรื่องมันมีอยู่ว่า
ในสมัยกลาง คนที่ร้องเพลงได้อย่างถูกตัวโน้ต มีเพียงพระที่อยู่ในโบสถ์เท่านั้น
การร้องเพลงของพระและชาวบ้านในสมัยนั้นจะต่างกันคือ
การร้องเพลงแบบพระคือการร้องแบบโน้ตเป๊ะๆ และไม่มีดนตรีประกอบ ร้องกันเป็นหมู่คณะ มีการร้องโน้ตที่เหลื่อมกันเพื่อให้เกิดคอร์ด (เหมือนกับเราดีดกีตาร์ 6 สาย จะมีเสียงต่างกัน หรือกดเปียโนพร้อมกัน 3-4 ปุ่ม นักร้องในโบสถ์ก็จะเปรียบเหมือนสายกีตาร์หรือลิ่มเปียโนเหล่านั้น)
ในขณะที่ชาวบ้านจะร้องเพลงแบบ นึกจะร้องก็ร้อง ร้องสบายๆ คำร้องมีโน้ตเดียว มีเครื่องดนตรีประกอบแบบเล่นเอามันส์เล็กน้อย ไม่เน้นความถูกต้อง ประมาณว่าเล่นยังไงให้มันออกมาไม่ทุเรศก็พอแล้ว
จะเห็นได้ชัดว่าการร้องเพลงในโบสถ์จะมีแบบแผนกว่า พระทั่วไปเลยไม่ค่อยอยากให้ชาวบ้านธรรมดาๆ มาร้องเพลงสวดนักเพราะกลัวเพี้ยน กลัวทำให้บทสวดนั้นขาดความศักดิ์สิทธิ์ไป
จึงมีหลวงพ่อรูปหนึ่งชื่อ กีโด ดาเรซโซ่ (Guido d'Arezzo)ได้นำคาถาบทหนึ่งของปอล เดอะ ดีคอน พระเบเนดิกต์รูปหนึ่งมาให้ประชาชนท่องจำ เนื่องจากว่าคาถาบทนี้เป็นคาถาที่มีตัวโน้ตในวรรคแรก เรียงเป็นโดเรมี คาถานั้นมีอยู่ว่า
Ut queant laxis (อุทเควอันลา-ซีส์)
resonare fibris, (เรโซนาเรฟีบริส์)
Mira gestorum (มี~~ราเกสโตรุม)
famuli tuorum, (ฟามูลีทูโอ~รุม)
Solve polluti (ซอล~เวพอลลูที)
labii reatum, (ลาบีอีเรอาตุม)
Sancte Ioannes. (ซังค์เต โยอานเนส)
ตัวอย่างเพลง
http://www.solfasound.org/Sounds/07%20Ut%20Queant%20Laxis%20Resonare%20Fibris%20%5BHymn%5D.mp3 (ตัวเพลงจริงๆ ยาวกว่านี้ แต่ลองฟังแค่ถึงโยอานเนสนะจ๊ะ)
คาถาบทนี้แปลประมาณเอาว่า "ทั้งนี่ เหล่าสาวกของพระองค์จะสามารถเปล่งเสียงอันมหัศจรรย์แห่งพระองค์ได้โดยง่าย เพื่อชำระมลทินจากปากอันสกปรกของพวกเรา แด่นักบุญยอห์น"
(ทั้งหมดนี้ผิดถูกไม่แน่ใจ วอนผู้รู้ช่วยเช็คด้วยจักเป็นพระคุณครับ)
โปรดสังเกตตัวแรกของแต่ละบรรทัดที่ผมยกมา
นอกจาก Ut และ San แล้ว คุ้นๆ ม้า?
นี่คือชุดโน้ตชุดแรกของโลกครับ มี อุท เร มี ฟา ซอล ลา ซี
บางคนได้สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมตัวสุดท้ายเป็นซี มันมีตรงใหนเป็น si
เพราะโน้ตตัวสุดท้ายได้หยิบเอาตัว S จาก Sancte และตัว I จาก Ioannes มาครับ
เพราะฉะนั้นแล้ว จะอนุมานคร่าวๆ ได้ว่าตัว si ย่อมาจาก Sancte Ioannes ที่แปลว่าเซนต์จอห์นน่ะเอง
จากนั้นชาวบ้านก็เอาไปท่องกันเป็น อุด เร มี ฟา ซอล ลา ซี๊~~ อุด เร มี ฟา ซอล ลา ซี๊~~
พอมาถึงเกาะอังกฤษ จึงได้เปลี่ยนจากอุดเป็นโด (ในขณะนั้นชาติอื่นๆ อย่างเยอรมันยังใช้อุตอยู่ และจนถึงปัจจุบันฝรั่งเศสก็ยังใช้ Ut อยู่ แต่บ้านเค้าออกเสียงว่า อู่)
พอมาถึงสมัยนึงก็เริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะ เวลาย่อเนี่ย ซอลกับซีมันซ้ำกันนะ เพราะตอนที่ยอตัวโน้ต ก็จะเหลือเป็น D R M F S L S แล้วทีนี้พอใช้ตัว S ก็จะไม่รู้ว่าเป็นซอลหรือซี (เอาง่ายๆ บทเรียนวิชาสลน. เราก็ยังย่อเป็น ด ร ม ฟ ซ ล ซ)
ก็เลยเปลี่ยนจาก si เป็น ti เพื่อไม่ให้สับสน ส่วนสาเหตุของการเปลี่ยนซีเป็นทีนั้น มีข้อสัณนิษฐานประมาณ 2-3 ข้อ บ้างก็ว่า s กับ t อยู่ใกล้กัน ก็เปลี่ยนจาก s เป็น t ไปเลย บ้างก็ว่า นำมาจากสองตัวท้ายของ Sancte (te อ่านแบบลาตินว่าเต แต่อ่านแบบอังกฤษว่าที) หรือบางคนก็คิดว่า น่าจะเกิดจากการผสมสองภาษาอังกฤษ-ลาติน เป็น Saint Ionnes แล้วนำตัวท้าย t กับตัวหน้า i มารวมกันเป็น ti
แต่ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เราได้ท่องๆ กันว่าโน้ตนั้นมี 7 ตัว โด เร มี ฟา ซอล ลา ที~~~

ขอบใจมากนะ ได้ความรู้เพิ่มเติม
#1 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2008-12-04 21:37