Prince Ame View my profile

Ame

Blog!! Tag!! รอบที่ 2!!!

posted on 09 Jan 2007 13:40 by prince-ame  in Ame

คึกครับคึก เห็นชาวบ้านชาวช่องแท็กกันมันส์

เลยขอแหวกกฏ แท็กอะเกนอีกครั้งมั่ง

จริงๆ แล้ว เค้าว่ากันว่า ถ้าปล่อยแท็กไปแล้ว

จะไม่มีทางโดนแท็กอีกเป็นครั้งที่สอง เหมือนมีภูมิคุ้มกัน

แต่! แต่ผมพึ่งรู้ว่า

แท็กมันมีหลายสายพันธุ์ - -"

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่โดนสายนี้ ก็อาจจะโดนสายอื่นทำให้ต้องอัพแท็กอีก (ฮ่าๆ)

อีกหน่อย ผมจะลองคิดค้นยาแก้แท็กมาครับ

ตอนแรก ผมว่าจะแท็กเอนทรีละข้อ เผื่อมันยาว

แต่ในเมื่อทำเป็นบล็อกแท็ก (มันมี Blog tag ทำตามกฏ กับ Addition tag หรือ Another tag ทำตามใจตัวเอง) แล้ว ก็จะพยายามอัพให้สั้นๆ จะได้ไม่ปวดตากันเวลาอ่านนะฮะ


1.ชื่อ

คือ...ผมลืมอัพเรื่องชื่อ

ผมคิดว่า กะว่าจะเอาเรื่องชื่อมาอัพในเอนทรี On the way to Cyber (ผมคิดออนเดอะเวย์ไว้หลายเรื่อง อ๊ะๆ ผมไม่ได้เลียนแบบใครนะครับ (ขี้จุ๊) >///<~) แต่ก็ช่างเถอะ อัพในนี้ละกัน จะพยายามรวบรัดตัดตอนนะฮะ

ต้องพูดถึงที่มาก่อนก่อนที่ผมจะเล่นเน็ต เพราะผมไม่มี Penpen เอ๊ย Penfriend เหมือนอย่างชาวบ้านชาวช่องเค้า เลยไม่มีชื่อที่จะเอาไว้ติดต่อกะเพนเฟรนด์ แต่เนื่องจากเคยเป็น บ.ก. จุลสาร เลยรู้จักกำว่า "นามปากกา" และเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเยอะแยะ เลยมักจะเห็นคนที่ใช้ชื่อแปลกๆ อยู่ตามนิดยสาร ผมก็เลยคิดว่า เอาล่ะ ถ้าเราจะเขียนหนังสือ หรือทำอะไรซะอย่าง เราก็จะใช้ชื่อแบบนี้มั่ง ชื่อในตอนแรกที่คิดได้ คือ C-pop ครับ อ๊ะๆ ไม่ใช่ไชนิสป๊อบ F4 เจย์โจว อะไรพวกนี้ ม่ายๆ C-pop มาจากคำว่า Chaipop ตะหาก (ซึ่งชื่อจริงผม ปรึกษากะชาวบ้านชาวช่องหลายครั้งแล้ว พบว่าสับสนในการเขียนเป็นภาษาต่างชาติในหลายๆ ชาติ เลยตัดปัญหาโดยการเขียนว่า Cepoppe ไปแล้ว ส่วนถ้าเป็นชาติในตะวันออกไกล ผมจะใช้ชื่อ 胜月ครับ) แต่นามปากกาที่ใช้ในจุลสาร ผมใช้ว่า "พี่ติวเข้ม" (โหว) ตอนแรกๆ อาจารย์แกก็แปลกใจว่าทำไมผมใช้ชื่อนี้ แต่พอเห็นป๋าเรียกชื่อเล่น เลยบอกว่า "อ๋อ ชื่อเล่นชื่อติวเหรอ" ผมเป็นโรคประหลาดครับ ไม่ชอบบอกชื่อเล่นให้ใครรู้ เพื่อนประถมนี่คนรู้นับตัวได้ฮะ เพื่อนมัธยมก็เช่นกัน ซึ่งนิสัยไม่อยากให้ใครรู้ชื่อนี่มาจาก "ไฮด์" ครับ ตอนนั้นบ้าไฮด์มาก บ้ากว่า อ.เท็ตอีก

หลังจากที่เข้าม.ต้น พอถึง ม.3 ผมก็ไปชอบสาวข้างห้อง (3/4 ชอบ 3/3) พอพักเที่ยงเลยชอบเนียนไปนั่งรวมโต๊ะกับกลุ่มเค้า ฟังเรื่องราว

พอรู้ได้ว่า เธอมักจะเล่นแชทของ sanook บ่อยๆ ในวันสุดสัปดาห์!

ตั้งแต่นั้นมา ผมก็เลยลองแตะเน็ตบ้าง ตาม ร.ร. บ้าง (อยู่ชมรมคอมครับ) ตามร้านบ้าง ลองแชทบ้าง ก็ใช้ชื่อ C-pop แหละฮะ แต่ตอนนั้น สมัครเมลครั้งแรก ใช้ชื่อว่า "huanar"

เพราะว่าตอนม.2 (อยู่ 2/12) ไปบ้านเพื่อน เพื่อนบอกให้สมัครเมลสิ เอาชื่ออะไรก็ได้ที่คิดว่าคนจำได้ง่าย ผมก็เลยบอกว่า เอาชื่อหัวหน้านี่แหละ (ตอนนั้นเป็นหัวหน้าห้อง) ก็เลยเอาชื่อนี้ซะเลย

ถึงแม้จะอกหัก รักคุด แต่ก็แอดดิคท์ไปแล้ว ยังคงเล่นเน็ตเรื่อยมา หลังๆ ก็เอาชื่อ huanar ไปใช้ในห้องแชทซะเลย

มาม.4 (ม.ปลาย อยู่ /5 หมดเลย) ก็เริ่มหัดเป็นโจรแล้วครับ ตอนแรก ใช้ชื่อว่า Kaoru (อ๊ะๆ คงนึกว่าเอามาจากอาแปะละสิ ฮ่ะๆ ไม่ใช่ครับ ผมเอาชื่อนี้มาจากการ์ตูนครอบครัวสุดป่วนของ อ.สึกาสะ โฮโจตะหาก เรื่อง F.Compo ครับ แต่จริงๆ เรื่องนี้ผมชอบชิองมากกว่า) ก็เป็นตัวเองอยู่ดีๆ จนกระทั่งมีเพื่อนมาเล่นด้วย อ้า ก็เริ่มปลอมตัวแล้วครับ มี huanar มาแชนห้องเดียวกะ Kaoru (ตอนนั้นยังไม่รู้จัก IP โคตรเกรียนเลย) huanar ก็ตัวผมแหละฮะ ส่วนKaoru นี่เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อายุ 20 ปี ชอบเล่นบาส ชอบฟังลาร์คอองเซียล ชื่อจริงว่า Yamada Kaoru ถึงขนาดสมัครเมล และ ICQ ไว้ให้คาโอรุเลยนะ (เมลของคาโอรุชื่อ yamadakaor@lemononline.com กับ kaoru_y@i-kool.com ซึ่งตอนนั้นผมบ้าสมัครเมลไว้หลายที่มาก เอาไว้สมัครเว็บโป๊ด้วยส่วนนึง โกงอายุอีกตะหาก)

แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เลิกปลอมตัว เพราะไม่รู้จะปลอมไปทำไม ICQ ของคาโอรุก็ปล่อยร้างไว้ (ICQ ของหัวหน้าที่ทำไว้ให้ตัวเองก็ปล่อยร้างไว้)

ต่อมาซักพักก็มาเล่นบอร์ดยู (BoardU หรือบอร์ดนินนี่ในปัจจุบัน) จริงๆ แล้วผมเล่นตั้งแต่สมัยเป็นบอร์ดเนชั่นละล่ะ เพราะว่าผมชอบอ่าน "มีดที่ 13" เลยชอบเข้าไปเล่นในห้องการ์ตูนไทย ตอนนั้นใช้ชื่อว่า "เทพอัคคี" (ชื่อเกรี๊ยนเกรียน) พอบอร์ดเนชั่นล่ม ก็มีคนสร้างบอร์ดยูขึ้นมาเพื่อรองรับคนจากบอร์ดเนชั่น คนสร้างชื่อคุณ "กช" ครับ (ถ้าใครอ่านมีดที่ 13 ก็จะคุ้นกับชื่อนี้แน่นอน) ผมมารู้ตัวอีกทีในบูมเล่มใหนก็ไม่รู้ ว่ามีบอร์ดสำหรับคนชอบมีดที่ 13 เลยตรามเข้าไป แน่นอนครับ ว่าใช้ชื่อเดิมเพื่อคนจะได้จำได้ (และแน่นอน เอ็งไม่ค่อยโพสคุยกะชาวบ้าน ใครที่ใหนมันจะไปจำได้ว๊ะ) ก็ใช้เทพอัคคีเรื่อยมาจนกระทั่งเห็นว่าชื่อคนอื่นๆ ก็ได้ไปปรากฏในหอทรงธรรมหมดแล้ว แล้วชื่อตูล่ะ? ถ้าชื่อไม่แปลกใหม่ คงไม่โดนยิบใช้ เลยเปลี่ยนเป็น RedHawk (อ้อๆ ตอนนั้นใช้ว่า RedHowk มุกชื่อพิมพ์ผิดนี่เป็นเอกลักษณ์ของสมองน้อยเลยสินะ) ส่วนชื่อเรดฮอว์คนี่ เอามาจากราบ 11 ครับ จะมีชั่วโมงฝึกระเบียบแถว ที่จ่าแกจะให้สั่งว่า "ทั้งหมด! ตรง! ทำความเคารพเหยียวแดง!" (เหยียวแดง เป็นโค้ดหมายถึงผู้บังคับบัญชาครับ) ก้เลยติดคำว่าเหยียวแดงมา เอามาใช้ (ตอนเป็นเทพอัคคีก็ดังอยู่น้า ดังมาจากการแต่งฟิคสุดปัญญาอ่อนอันลือลั่น(ในซอกหลืบ) ชื่อว่า "งวดที่ 13")

พอหลังจากนั้น ก็มาเล่นที่บอร์ดใหญ่ มีทั้งพวกบอร์ดฟิคชั่น บอร์ดโดจิน (ที่มีรูป H ให้ส่องดูตามสบายใจ ตอนนั้นต้องเลือกร้านที่มีผ้าคลุมในเดอะมอลล์รามคำแหง) และก็ตัวบอร์ดหลัก ที่ทำผมตื่นเต้นมากๆ อเมซซิ่งหลายๆ ในตอนนั้น เพราะมีระบบเก็บดาวครับ เลยทำให้รู้สึกชอบมาก กับไอ่ระบบเก็บดาวเนี่ย ก็เลยติดใจ เล่นบอร์ดใหญ่

ทีนี้ หลายคนเก่าๆ (เผื่อมีคนมาอ่าน) ก็อาจจะถามว่า "อ๊ะ แล้วไอ้ บลูฮอว์ค แบล็กฮอว์ค มาจากใหน?" มันมีที่มาครับ

ตอนนั้น ผมบ้ายูกิ มีสองคนอยู่ในตัว เท่ดี ผมเลยทำเนมีหลายตัวอยู่ในคนคนเดียวมั่ง โดยให้ "เรดฮอว์ค" พูดเรื่องจริงจัง เวลาโพสเรื่องจริงจัง จะใช้ชื่อเรดฮอว์ค โพสแบบใช้คำพูดอ่อนหวาน จะเป็นบลูฮอว์ค พูดแบบตรงๆ ขวานผ่าซาก จะเป็นแบล้กฮอว์ค ส่วนไวท์ฮอว์ค เอาไว้พูดแบบ ยังไงดีล่ะ แบบเด็กๆ อ่ะฮะ แต่ไวท์นี่ไม่มีโอกาสได้โพส เพราะไม่รู้จะโพสอะไรยังไง

ทีนี้พวกเหยี่ยวเริ่มบินว่อนแล้ว ซักพักผมก็เห็นว่า "อ๊ะ อยากเป็นผู้หญิงมั่ง" (เอาแล้ว เลวอีกแล้วครับ) เลยเริ่มลองพูดแบบผู้หญิงลงในเว็บบอร์ดมั่ง และตัวสมมตุของผมเวอร์ชั่นผู้หญิง ก็คือ "BlueHowk" นั่นเอง (ทำไมไม่มีใครสังเกตว๊ะ ว่าพิมพ์ผิดเหมือนกัน)

หลังจากนั้นด้วยความเกรียน ผมก็ดันไปพูดไม่ดีในบอร์ด ใช้ชื่อ Red จนในที่สุด ผมก็หาทางออกโดยการโบ้ยไปให้ BlackHowk โดยบอกว่า "ผมไม่ได้โพสครับ เจ้าแบล็กมันโพส" (เอาเข้าไป) จนในที่สุด ก้ต้องตกกระไดพลอยโจน แยกเป็น 3 ร่างจนได้ เหนื่อยนะครับไม่ใช่ไม่เหนื่อย แต่ก็...คิดอยู่แล้วล่ะว่าซักวันความลับคงแตก แต่ก็ยังดิ้นรนหาทางหลอกชาวบ้านใหนหนักขึ้นๆ (ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว ถ้าอยู่เฉยๆ ตั้งแต่ทีแรกก็หมดเรื่องไปแล้ววว) ถึงขนาดตั้งชื่อเล่นจริงๆ ให้แบล็กและบลู อ้อชื่อจริงนามสกุลจริงที่อยู่ชาติตระกูลด้วย วันเดือนปีเกิด เหมือนกับสร้างมนุษย์จริงๆ ขึ้นมาเลยแหละฮะ

ผลสุดท้าย คนเค้าว่าไว้ว่า "การสร้างมนุษย์นั้นเป็นบาป" สุดท้ายเลยโดนจับได้ และโดนอัปเปหิในที่สุด (เอวัง) อ้อๆ หลายๆ คนในบอร์ดคิดว่าผมด่ายูกะ ไม่ใช่นะครับ แค่คนที่ด่ายูกะตั้งชื่อคล้ายตัวบลูฮอว์ค และผมก็ไม่ได้ชื่อตัวบลูฮอว์คไปด่าด้วย เรื่องเหล่เรื่องจริงครับ แต่ผมสาบานในที่นี้เลยว่าไม่ได้ด่าจริงๆ นะ โปรดเข้าใจตามนี้

จบสิ้นแล้วหนึ่งคดี ช่วงนี้เรียกว่า โหวง โล่งเลยล่ะ คิดสภาพคล้ายๆ ว่า เล่น exteen ไม่ได้สิครับ อารมณ์นั้นเลย แต่ผมก็ยังคงแวะตามบอร์ดการ์ตูนเช่น KK Club (คลับเก่าของเจ๊ปอ จริงๆ มีตำนานหลอนของพี่ปอด้วย เดี๋ยวไว้ค่อยเล่า) จนได้รู้จักกับ "เจ๊เมย์" หรือ May Chan KK นั่นเอง

แล้วก็มาเล่นบอร์ด smnforum.com และ gigamag.net (สมองน้อยฟอรั่ม และกีก้าแม็กดอทเน็ต - -") ตอนนั้นชอบเล่นการ์ด Summoner เลยมาลองเล่นบอร์ด Summoner ดู ใช้ชื่อว่า huanar เช่นเดิม อ้อๆ แต่ตอนนั้นใช้ว่า Huanar Wind Commander ประมาณว่า เป็นกองร้อยของธาตุลม อะไรแนวๆ นี้ เพราะเห็นหลายคนที่ถูกหยิบชื่อไปลงในการ์ด ผมก็เลยจะเอามั่ง เผื่อๆ แต่ก็ไร้วี่แวว

พอมาตอนหลังเปลี่ยนเป็น Julia the Mermaid mistress เพราะแคแรคเตอร์ออริจินอลครับ ตอนแรกผมออกแบบ Julia มาเผื่อส่งเดอะการ์ดZ แต่เพราะทำหายเลยไม่ได้ส่ง ก็เลยเอามาตั้งเป็นชื่อ และก็เริ่มทำตัวคะขา อีกแล้ว - -" (ตรูเป็นเกย์รึไงวะ - -") จนคนในบอร์ดเริ่มเพ่งเล็งว่า อินี่เป็นตุ๊ดรึเปล่า แต่วันมีท (วันเพนกวิ้นบุก MBK)...มีแต่คนบอกว่า ผิดอิมเมจครับ - -a อะไรกัน!!! อิมเมจผมมันเกินคาดขนาดนั้นเลยเหรอ? จากนั้นก็อยู่กันอย่างสงบสุขกับพวก Gigamag และก็เปลี่ยนชื่อเป็น Julius ประชดซะเลย กรูเป็นแมนก็ได้ว๊ะ (ตอนนั้นคนเริ่มเรียกติดปากแล้วว่า จูๆ เลยคิดว่า ถ้าเปลี่ยนชื่อก็อยากได้ชื่อที่มีคำว่าจู เลยออกมาเป็นจูลิอุส นี้แล) เป็น Julius the Falesia's Lawyer ตอนนั้นอยากเป็นนักกฏหมาย เลยตั้งชื่อนี้ขึ้นมา

พอ ม.6 ตอนนั้นผมตั้งวงกะเพื่อน เป็นมือกลอง แต่ชอบมาเล่นกีตาร์ และไล่มือกีตาร์ให้ไปตีกลอง เวลาตีกลองก็จะทำหน้าเบ้ๆ เหมือนไม่พอใจ (แล้วเอ็งจะเป็นมือกลองทำไมว๊ะ) แล้วตอนนั้นยิ่งบ้า อ.เท็ต ก็เลยยิ่งไม่ตีกลอง หันไปเล่นเบส พอวงแตกปุ๊บ ผมเลยเปลี่ยนชื่อเลยว่า tuesbass (หลายคนนึกว่า tues มาจากวันอังคาร โนครับ มันก็แค่ tue เติม s ตอนแรกจะเป็น Z ด้วย แต่เห็นว่าตัวแซดมันโหล เลยเอาตัวเอสธรรมดา เลยเป็น TueSbaSS ใช้ในบอร์ดเจร็อค ไม่สิ บอร์ดลาร์ค ตอนนั้นก็เล่นบอร์ดปองๆ ด้วย ก็ใช้ชื่อ TueSbaSS ในบอร์ดนี้ ส่วนชื่อออกการ์ตูนๆ ก็ไปใช้ในกีก้าแม็ก พอมาหลังๆ ก็เลยเหมารวม ใช้ชื่อติวเบส เมลก้เปลี่ยนเป็นติวเบส ตั้งวงใหม่ก็เลยเล่นเบสซะเลย อ้อๆ เคยกือบได้ออกเทปด้วยนะ แต่ไม่อยากออกเพราะเรื่องมันยาว เดี๋ยวค่อยเล่า (แค่นี้ก็ยาวจะยืดแล้ว เอนทรีนี้คงต้องไว้แค่แท็กเดียวละล่ะ)

แล้วพอเข้ามหาลัย อะไรๆ ก็เป็นติวเบสหมด เมลก็เหลือเมลเดียว ความเกรียนทั้งหลายก็ละเลิกสิ้น

อ่ะฮ้า มีคนถามล่ะสิ แล้วชื่อ Ame นี่มาจากใหน คืองี้ครับ ประมาณปลายปี 47 มั้ง รึไงนี่แหละ ผมเล่นไดอารี่ออนไลน์อยู่ ที่ Diaryhub ตอนนั้นผมก็เริ่มวัฒนธรรมให้คนอื่นมาอัพแทนแล้วนะ ทีนี้ก็มีคนนึง (Fuyuki) อัพให้ผม เธอก็อัพว่า Ame no daiarii ไดอารี่แห่งสายฝน เธอให้เหตุผลว่า คุยกะผมแล้วรู้สึกเหมือนฝนตก เย็นสบาย แต่ก็เปียกปอน แถมพาลหวัดจะกินเอา หมายถึงว่า ถ้ากำลังไม่สบายใจอะไร ฟังผมพูดแล้วก็รู้สึกดีขึ้น เหมือนร้อนๆ อยู่ฝนตกมาก็เย็นลง แต่ถ้ามายุ่งกะผมมากเกินไป หรือทำให้ผมไม่พอใจ ก้จะกลายสภาพเป็นพายุ พัดๆๆๆๆๆ ถ้าใครมาเล่นอะไรไม่รู้เรื่องกะผม ผมก็จะตอกกลับไปจนหงายหนับ ก็เปรียบเหมือนเป็นหวัดน่ะเอง เลยเป็นที่มาของคำว่า อาเมะ

ตอนนั้น ผมอยากได้ชื่ออะไรที่เป็นชื่อสูตร แบบยูๆ เมะๆ คิๆ โนะๆ มั่ง เลยใช้ชื่อว่า ยูเมะ โนะ องงาคุ (จริงๆ แล้ว ตั้งใจให้หมายถึง นักดนตรีแห่งความฝัน ไม่ใช่เสียงดนตรีแห่งความฝัน เพราะผมนึกว่า Ongaku แปลว่านักดนตรี ต่อมาผมรู้ว่านักดนตรีน่ะ มันต้อง Ongakuka เลยรู้สึกว่า ยี๊ ไม่เพราะเลย ยาวไปไม่ชอบ หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้ว มันอ่านว่า Ongakka ก็ได้เว้ย) ตั้งไปได้ยี่สิบนาที ฟุยุกิก็ทักเอ็มมาด่าว่า "ทำไมใช้ยูเมะล่ะ อุส่าให้ใช้อาเมะ" อ่าว ให้ผมใช้อาเมะเหรอ ไม่รู้ เอ้า แต่อาเมะก็อาเมะ ก็เลยเป็น Ame no Ongaku ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (ปัจจุบันใช้ว่า Ame no Ongakka)

เคยใช้ชื่อว่า เจ้าชายอาเมะ ในช่วงตุลาคม 2548 แล้วก็เลิกใช้ไปในช่วงพฤศจิกายน 2549

อา ท่าทางจะยาวเกิน พอแค่นี้ดีกว่า อีก 4 แท็กที่เหลือ เอาไว้คราวถัดไปกัน - -"


2.เกาหลี

ไปอ่านหลายแท็ก ของคนแถวๆ นี้

มีแต่คนเกลียดเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ หรือนิสัย วัฒนธรรม อะไรก็ตาม

แต่ผมชอบครับ ... จริงๆ แล้ว ผมหลงเกาหลีก่อนที่มันจะเกิด Korean Wave ซะด้วยซ้ำ

เรื่องมันมีอยู่ว่า...

สมัยผมอยู่ ม.2

มีคนที่มาชอบคนนึง เอากล่องดินสอมาไว้ใต้โต๊ะผม

ประมาณว่า ซื้อของขวัญมาให้วันละชิ้นๆ เผื่อผมจะเปลี่ยนใจมั้ง

หลังกล่องดินสอนั้น มีตัวอักษรพิลึกๆ ที่ผมไม่รู้จักอยู่ด้วย

มันคล้ายอักษรจีน แต่ดูโล่งกว่า ขีดน้อยกว่า และที่สำคัญ

มันมีวงกลมล่วย ><~

ผมสันนิษฐานว่ามันคงเป็นภาษาเกาหลีล่ะมั้ง เพราะข้างล่างเขียนไว้ว่า Made in Korea วันนั้นทำให้ผมรู้ว่า เกาหลีใช้ตัวอักษรคนละแบบกับจีนเหรอเนี่ย (ตอนนั้นผมสันนิษฐานดะเลยว่า ตัวนี้ น่าจะย่อมาจากคำนี้ ตัว의น่าจะเป็นรูปย่อของ 明ตัว 한 น่าจะย่อมาจาก韩 อะไรประมาณนี้ ซึ่งจริงๆ มันคนละเรื่องเล๊ย)

เฟิร์สอิมเพรสชั่นไปแล้ว ก็รู้ละ ภาษาเกาหลีมันมีตัวกลมๆ น่ารักๆ และก็เคยเห็นบ่อยๆ ตามหลังเสื้อเทควันโด ทั้งที่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรแต่ก็เดาเอา (อีกแล้ว) ว่ามันต้องเป็นคำขวัญหรืออะไรซะอย่างแน่ๆ เลย (จริงๆ ก็แค่เขียนว่า แท-ควอน-โด) พอมาม.5 โคเรียนเวฟเริ่มพัดกระจาย ก็เลยได้มีโอกาสรู้อะไรๆ เกี่ยวกะเกาหลีมากขึ้น บางครั้งก็ตรงกะที่คิดไว้ เช่น ระบบชื่อ-นามสกุล นามสกุล 1 ตัวเหมือนประเทศจีน ชื่อไม่เกิน 2 ตัว

แล้วในที่สุดก็มีโอกาสเรียนรู้ภาษาเกาหลี ซึ่งตอนที่เรียนเบสิคนี่ อึ้ง อึ้งถึงอึ้งมาก

เพราะไอ้ที่เราคิดว่า 1 ตัวอักษรมีหนึ่งความหมาย เป็นอักษรภาพ ผิดหมด!

อักษรเกาหลี เป็นอักษรแทนเสียง ผมจะพูดว่าเป็นอักษรแทนเสียงที่มีลักษณะเผินๆ คล้ายอักษรภาพก็ว่าได้ผมล่ะนับถือคนออกแบบจริงๆ (ภายหลังมารู้ว่า การออกแบบนั้นอ้างอิงมาจากวิธีการเขียนของจีน ส่วนสระ-พยัญชนะนั้นก็อ้างอิงจากฐานอวัยวะและคติความเชื่อพื้นๆ โธ่) ทำให้ผมรู้ว่า คำว่า ฮัน ก็คือ ฮอ อะ นอ ฮัน นี่เอง (ㅎ+ㅏ+ㄴ=한)

ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยครับ จากนั้นก็พยายามเรียนรู้เรื่อยมา พบว่า ไวยากรณ์โดยทั่วไปคล้ายๆ ภาษาญี่ปุ่น เลยตันครับ เพราะผมไม่ถนัดไวยากรณ์ญี่ปุ่นอย่างแรงเลย เลยไม่ได้เรียนอะไรเพิ่มเติม หยุดอยู่แค่นั้น

นอกจากภาษาแล้วก็ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายๆ ประเทศนู้นมั่ง ประเทศนี้มั่ง แม้หลายคนจะไม่ชอบเพราะไม่เป็นเอกลักษณ์ แต่ผมว่ามันจะทำให้รู้สึกคุ้นเคยนะ แบบ อ๊ะ อันนี้เหมือนอันนี่เลย พอความคุ้นเคยเกิดขึ้นแล้วมันก็จะทำอะไรๆ งายขึ้นล่ะฮะ


3. Anti-Obacon

หลายๆ คน คงรู้ว่า...

"ผมเป็นโลลิค่อนครับ"

และหลายๆ คน อาจคิดว่า

"ก็แค่โลลิค่อน ไม่เห็นต้องถึงขนาดมีแฟนอายุมากกว่าไม่ได้เลยนี่หว่า"

สาเหตุจริงๆ มันเป็นอย่างงี้ครับ

ที่ไม่อยากมีแฟนที่อายุมากกว่า เพราะว่า ผมถือว่า ผู้หยิงที่อายุมากกว่า คือ "พี่สาว" ครับ

คนจีนเคยกล่าวว่า "พี่สะไภ้เสมือนมารดา"

ผมก็จะเป็นคนที่กล่าวไว้ว่า "พี่สาวเสมือนมารดา"

ผมนับถือพี่สาวทุกๆ คน เหมือนแม่ครับ

จริงๆ เพราะว่าตอนเด็กๆ ผมติดพี่สาวอยู่คนนึง

เธอชื่อ "พี่อ้อม" ครับ

(เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมชอบดาราที่ชื่ออ้อมหลายๆ คน และรู้สึกติดใจกับคนชื่อนี้และใกล้เคียง)

พี่อ้อมเป็นพี่สาวตัวอย่างครับ เธอเทคแคร์ดูแลผมดีมากๆ ร้องเอาอะไรก็ซื้อให้ อยากไปใหนก็พาไป ผมรบกวนแค่ใหนก็ไม่บ่น

บ่อยครั้งที่ผมไปหาพ่อที่นนท์ คำรกที่ผมมักถามบ่อยๆ เวลาถึงบ้านพ่อคือ "พี่อ้อมล่ะ?"

(พี่อ้อมเป็นลูกของอาผมครับ ก็คือลูกของน้องสาวพ่อน่ะเอง แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อผมที่จังหวัดนนท์ครับ ส่วนพ่อของพี่อ้อมเป็น อบต. แม่ก็เป็นครูสอนที่ร้อยเอ็ด) แต่หลังๆ ไม่ถามแล้ว เพราะพี่อ้อมแกมีงานที่ต้องเดินทางไปนู่นไปนี่บ่อย ไม่ค่อยได้กลับบ้านกลับช่อง

พี่อ้อมเคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สครั้งแรกที่มันจัด (ราวๆ ปี 2000) แล้วผ่านเข้า 12 คนสุดท้าย เคยประกวดนางสาวไทยด้วย รุ่นเดียวกะพี่นุ้ยมั้ง หรือหลังนี่แหละแต่ตกรอบ (ฮ่ะๆๆๆ) และก็ ประกวดอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ ได้ที่หนึ่งลงหนังสือพิมพ์ด้วย

ผมถามหาพี่อ้อมทุกครั้งที่ได้เจอญาตฝ่ายพ่อ จนป้าๆ ชอบแซวว่า "ติดพี่อ้อมแล้วเหรอเนี่ย" เวลานอนพี่แกก็จะจัดหาที่นอนให้ บางทีป้าก็ให้พี่เค้ามานอนกะผม บอกว่า "ไม่มีพี่อ้อมเดี๋ยวนอนไม่หลับ" เหมือนโดนไซโคอ่ะฮะ เจอบ่อยเข้าก็ .. เออ กรูติดพี่อ้อมก็ได้วะ

ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้เจอพี่แกแล้ว รู้สึกคิดถึงๆ อยู่เหมือนกัน บางครั้งกลับบ้านไป (ทั้งบ้านนนท์ ทั้งบ้านร้อยเอ็ด) ก็ไม่ค่อยเจอ บางครั้งป๋าโทรมาบอกว่า "เดี๋ยวไอ่อ้อมมันจะกลับร้อยเอ็ด จะไปด้วยมั้ย?" ซึ่งแน่นอนครับว่าตรงกะช่วงที่ผมต้องคอสเพลย์มั่ง คัฟเวอร์มั่ง ก็เลยปฏิเสธไปตามระเบียบฮะ งือ เศร้า ไปตามพวกงานยามาฮ่า หรืองานอิเลคโทรนิก้า ก็ไม่ค่อยเจอ (พี่ผมเป็น MC ตามงานพวกนี้ฮะ) ก็เลยคิดว่า อึ้ม ดี๋ยวว่างๆ ค่อยลองไปหาพี่แกมั่งละกัน

มันก็ไม่เชิงแฟนฉันหรอกนะฮะ จะแฟนฉันกะพี่ตัวเองมันก็กระไรอยู่ เอาเป็นว่าเพราะพี่อ้อมนี่ทำให้ผมมอง "พี่สาว" ต่างจาก "ผู้หญิง" ทั่วไปละกันนะฮะ ดังนั้น จะว่าไปจริงๆ แล้ว ผมคงป็นโอบาค่อนจริงๆ น่ะแหละ (ไม่สิ ต้องเรียกว่า โอเนค่อน รึเปล่า)แต่เป็นความหมายที่ตรงตัว ซึ่ง con มาจากคำว่า complex ก็คือ sister complex นั่นเอง ไม่ใช่โอบาค่อนแบบที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน แต่ผมชอบเป็นโลลิค่อนมากกว่านะ

สังเกตได้ว่า เวลาผมพูดกะพี่สาว (หรือพี่ชายก็ตามที) ผมจะพูประมาณ "ครับ ฮะ คับ" แทนตัวเองว่า "ผม" ในขณะที่พูดกะน้องสาวหรือเพื่อนสาวบางคน ก็จะเป็น "เรา" (ถ้าเป็นน้องชายบางคน หรือเพื่อนสนิทก็เป็น กู)

ถ้าผมเป็นแฟน ก็คงต้อง "ครับ ฮะ" มั่ง "ผม" มั่ง มันคงดูไม่ค่อยสะดวก หรือจะให้เปลี่ยนเป็น "ฮันนี๊" "ดาลิ๊ง" คงแปลกพิลึก - -a

สรุปคือ ตัดตัวเลือกออกไปซะเลย จะได้ไม่รู้สึกจั๊กจี้ครับ + +"


ขออภัยครับ

ข้อ 4 ผมทำหาย T^T

เอาไว้จะมาอิดิททีหลังละกันนะครับ


5.แท็กประทับใจ

ตั้งแต่มีบล็อกแท็กเนี่ย

ผมก็ได้เที่ยวไปอ่านแท็กชาวบ้านมาหลาย

ก็มีบางแท็ก ที่อ่านแล้วรู้สึกดี

จริงๆ แล้วน่ะ

แท็กที่ไม่มีในรายชื่อต่อไปนี้

ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ

ไม่ใช่ไม่ประทับใจ

แท็กใหนที่ผมอ่านแล้วประทับใจ ผมก็จะลงในคอมเมนท์ให้นั่นแหละ

หรือบางที ก็อาจจะมาคุยๆ ต่อใน msn

เอาเป็นว่า

น้อยแท็กละกันนะฮะ ที่ผมไม่ประทับใจ นอกนั้นชอบหมด

แต่แท็กที่ชอบ 5 อันดับสูงสุด...

อันดับ 5 ให้ Felon (จริงๆ มีของพี่ส้มกะพี่อาม่าด้วย แต่หาลิงค์ไม่เขอ เริ่มงงกะไอ่สูตรคูณแล้ว)

http://felon.exteen.com/20070108/tag

เพราะอ่านแล้ว รู้สึกยิ้มๆ ฮะ อ่านแล้วอิน แบบว่า อึ้มมม เหรอเนี่ย ว้าวววว (ผมชอบแท็กแบบนี้นะ แบบว่าอ่านแล้วก็อินไปกะสิ่งที่ตัวเองเล่า)

อันดับ 4 ให้วิกครับ

http://vicvic.exteen.com/20070107/tag

จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยตื่นเต้นแล้วเท่าไหร่นะสำหรับแท็กของวิค เพราะคุยกันมาเยอะ รู้จักกันมากขึ้นแล้วก็รู้สึกว่าวิคเป็นคนที่ไม่ธรรมดาโดยปกติ (งงมั้ย?) คือจะมีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องปกติของวิกเค้า แต่ผมรู้สึกชอบใจที่เพื่อนผมนี่ดิ แบบว่า ตื่นตะลึงพรึงเพริด อเมซซิ่งจนผมแทบจะยิ้มแล้วร้องตะโกนว่า "เพื่อนโผมๆๆๆ"

อันดับ 3 ให้พี่ซานิครับ

http://sani-winds.exteen.com/20070107/blog-tag

ต้องขอโทษจริงๆ ครับพี่ ที่ผมต้องให้พี่แค่อันดับ 3 เสียใจนะนี่ T^T ของพี่ซานิอ่านแล้ว อมยิ้มครับ อ่านแล้วก็ประมาณว่า ไปสะกิดเรื่องที่ชอบๆ เข้าให้ อะไรแนวนั้น

อันดับ 2 ให้ใบตองงงง

http://bananaleaf.exteen.com/20070107/tag-1

สาเหตุที่ให้ใบตอง(แซงพี่ซานิ) ก็เพราะว่า แท็กข้อ 5 อดีตที่ระหกระเหินนี่สิ แบบว่าอ่านแล้ว ภาพในอดีตของตัวเองในวัยเด็ก ผุดๆๆ ขึ้นมาเหมือนดอกไม้แย่งกันบาน โดนใจสุดๆ เลยให้ไปเลย...

และอันดับหนึ่ง ที่อ่านแล้วเปรี้ยงเข้าในใจที่สุด...

อันดับ 1 พี่ออมคร้าบ

http://zeryu.exteen.com/20070106/diary-blog-tag

ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกว่าชอบแท็กของพี่ออมทุกข้อเลย อ่านแบบว่า อ่านแล้วอ่านอีกอ่ะฮะ อ่านได้เหมือน เหมือนหนังสืออะไรซักอย่าง นิยาย หรือการ์ตูนก็ได้ ที่เราอ่านได้ซ้ำไปซ้ำมาไม่มีเบื่อ แนวนั้นแหละครับ แท็กของพี่ออม


ตอนแรก ว่าจะเอาตรงนี้ไว้ในส่วนต้น

แต่คิดๆ ไป ก็คิดว่าถ้าคนอ่านมาอ่านส่วนนี้ก่อนอ่านแท็กผม

คงรู้สึกไม่ดีเป็นแน่แท้

เลยย้ายส่วนนี้มาไว้ท้ายๆ เผื่อใครอยากข้าม ก็จะได้ข้ามไปส่วนคอมเมนท์ได้เลย

หลายคนพยายามเหมาแท็กไปรวมกับเมลลูกโซ่ หรือบล็อกลูกโซ่

และก็ตบท้ายที่ว่า "ไม่เห็นสนุกตรงใหน"

สนุกสิครับ

ถามว่าแท็ก เป็นบล็อกลูกโซ่ชนิดนึงมั้ย

ผมก็คงตอบว่าไม่เป็นไม่ได้

แต่ ผมตอบได้ว่ามัน "แตกต่าง"

ในขณะที่ บล็อกลูกโซ จะคล้ายๆ เมลลูกโซ่ คือมีลักษณะบังคับทำ บังคับคำถาม

แต่แท็กนั้นน่ะ มันฟรีครับ

มันถามอะไรก็ได้ ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากจะตอบ

ให้อิสระในการตอบ

และลองคิดดูสิ ถ้ามีใครมาอ่านคำตอบของเรา แล้วอมยิ้มชอบใจ

มันก็ไม่ดีเหรอ?

ถามว่าต้องมองเป็นลูกโซ่มั้ย ผมว่าไม่จำเป็น

ผมมองว่าแท็กเป็นการอัพบล็อกแบบนึง ซึ่งปกติผมก็อัพแบบนี้อยู่แล้ว

ผมมักอัพเรื่องของตัวเอง ที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ และมันก็มีเยอะซะด้วย

พอมี tag มาก็แค่ จัดเองที่คนอื่นไม่รู้ ออกเป็น 5 ข้อ ก็เหมือนย่อ 5 เอนทรีมาอยู่ในเอนทรีเดียว

แค่นั้นเอง

ถ้าคุณพูดว่าไม่สนุกกับ tag

มันก็เหมือนไม่สนุกกับการเขียนบล็อกน่ะแหละ

ถ้าไม่สนุกแล้วคุณมาเขียนบล็อกทำไม? ตามกระแสเหรอ?